วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2567

 

EP.171 สำรวจห้างโกตารายา
ในช่วงวันอาทิตย์


ห้างสรรพสินค้าโกตารายาตั้งอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของประเทศมาเลเซีย โดยอยู่ในพื้นที่ย่านไชน่าทาวน์ซึ่งถือว่าเป็นย่านที่มีความคึกคักอีกแห่งหนึ่งในกรุงกัวลาลัมเปอร์ สำหรับห้างโกตารายาผมได้มีโอกาสไปสำรวจบรรยากาศมาในทริปเที่ยวมาเลเซียครั้งล่าสุดและเข้าไปเดินที่ห้างทุกวัน เนื่องจากที่พักของผมตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้างโกตารายา ทำให้เป็นการง่ายที่จะเดินสำรวจดูบรรยากาศต่างๆภายในห้าง

เมื่อได้เข้าไปสำรวจบรรยากาศก็พบว่าที่นี่มีบรรยากาศเหมือนกับอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ ส่วนสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าห้างโกตารายาเหมือนเป็นจุดหลักของชาวฟิลิปปินส์ที่มาทำงานในประเทศมาเลเซียมักจะมาพบปะพูดคุยกัน นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นจุดศูนย์กลางของชุมชนชาวฟิลิปปินส์ในกรุงกัวลาลัมเปอร์

นอกจากจะเจอกับชาวฟิลิปปินส์มากมายแล้วก็ยังได้เห็นทั้งร้านค้าและร้านอาหารมากมาย โดยที่เจ้าของร้านก็คือ ชาวฟิลิปปินส์ สินค้าที่นำมาขายก็นำเข้ามาจากประเทศฟิลิปปินส์ ร้านอาหารก็จะเป็นร้านที่ขายอาหารของฟิลิปปินส์ นอกจากนั้นแล้วก็มีร้านทำผมซึ่งเห็นมีอยู่ประมาณ 5-6 ร้าน ส่วนสินค้าที่ขายกันก็มีมากมายทั้งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ของกินของใช้ 

ผมเลือกไปสำรวจบรรยากาศและถ่ายคลิปในวันอาทิตย์ เนื่องจากเป็นวันที่ชาวฟิลิปปินส์จะหยุดกันซึ่งหลายคนก็เลือกมาที่ห้างโกตารายาทั้งการพบปะพูดคุยกับคนประเทศเดียวกัน นั่งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย บ้างก็มาซื้อของ บางคนก็มาเสริมสวย นอกจากนั้นยังมีคนที่มาทำธุรกรรมโอนเงินกลับไปให้ทางครอบครัวที่ฟิลิปปินส์ซึ่งที่นี่ก็จะรู้ตักกันในอีกชื่อก็คือ ลิตเติลมะนิลา เพราะเมื่อเดินเข้าไปแล้วบรรยากาศก็จะมีแต่ความเป็นฟิลิปปินส์เต็มไปหมด


ห้างโกตารายาตั้งอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์
โดยเป็นห้างที่ถูกขนานนามว่าเป็น ลิตเติลมะนิลา

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะเป็นห้างที่เต็มไปด้วย
ชาวฟิลิปปินส์ที่เข้ามาทำงานในประเทศมาเลเซีย

ในทุกๆวันอาทิตย์จะเจอกับชาวฟิลิปปินส์หลายคน
ซึ่งบางคนก็มาทำธุรกรรมด้วยการโอนเงินกลับไปให้ครอบครัว

ร้านอาหาร SaPinoy เป็นร้านอาหารยอดนิยม
โดยขายอาหารของทางฟิลิปปินส์เป็นหลัก

ร้านขายเสื้อผ้าเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปตามศูนย์การค้า

สินค้าที่ขายกันในห้างก็นำเข้ามาจากฟิลิปปินส์เป็นส่วนใหญ่

ร้านทำผมซึ่งจะเป็นแนวร้านซาลอนหรือเสริมสวย
แต่ก็ให้บริการตัดผมแก่ผู้ชายด้วยเช่นกัน


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
29 ตุลาคม 2567

วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2567

 

EP.170 เมืองสุไหงเปตานียามค่ำคืน


ผมเคยเขียนเรื่องราวของเมืองสุไหงเปตานีลงบล็อกมาแล้ว 1 ครั้งโดยคราวนั้นเคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับห้างสรรพสินค้าเก่าประจำเมือง ส่วนในบทความนี้ผมจะเขียนเรื่องราวของเมืองสุไหงเปตานีอีกครั้ง โดยในคราวนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบรรยากาศยามค่ำคืนที่เมืองสุไหงเปตานีซึ่งผมได้มีโอกาสไปเดินสำรวจมาเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

สำหรับบรรยากาศยามค่ำคืนที่เมืองสุไหงเปตานีในประเทศมาเลเซียดูอาจจะไม่ค่อยคึกคักและมีสีสันมากเท่าไหร่ เพราะที่นี่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวของมาเลเซียรวมทั้งยังเป็นเมืองที่ผู้คนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมนั่นจึงทำให้บรรยากาศดูไม่ค่อยมีสีสันมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ยังมีจุดที่แลนด์มาร์กประจำเมืองซึ่งก็คือ หอนาฬิกา ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเด่นและในช่วงกลางคืนก็จะมีการเปิดไฟสว่างจะเป็นที่สะดุดตา

นอกจากจุดของหอนาฬิกาแล้วก็ยังมีพวกตัวอักษรภาษาอังกฤษที่แปลเป็นไทยได้ว่า ฉันรักสุไหงเปตานี โดยทั้งหอนาฬิกาและรูปตัวอักษรภาษาอังกฤษจะเป็นจุดที่ผู้คนมักจะมาถ่ายรูปเช็คอิน นอกจากนั้นในยามค่ำคืนก็จะมีพ่อค้านำของมาขาย โดยวันที่ผมไปก็เจออยู่พ่อค้าอยู่รายนึงซึ่งเขาจะขายพวกของเล่นเป็นหลัก ขณะที่บริเวณรอบๆจะมีพวกร้านค้าและร้านอาหารซึ่งจะเป็นอาหารฮาลาลรวมไปร้านไก่ทอดชื่อดังอย่าง KFC ก็ตั้งอยู่ใกล้ๆด้วยเช่นกัน


ผมไปพักที่สุไหงเปตานีอยู่แค่ 1 คืนจึงเน้นสำรวจเมือง
โดยช่วงกลางคืนก็ได้แวะไปบริเวณจุดของหอนาฬิกาประจำเมือง

ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่แปลเป็นไทยว่า ฉันรักสุไหงเปตานี

จุดตรงนี้จะเป็นจุดที่ผู้คนมักนิยมมาถ่ายรูป

ผมได้พูดคุยกับพ่อค้าหนุ่มรายนี้ โดยเขาบอกว่า
สุไหงเปตานีไม่ค่อยมีอะไรเที่ยวมาก นักท่องเที่ยวต่างชาติก็แทบจะไม่มี

บริเวณรอบๆจะมีทั้งร้านค้าและร้านอาหาร
โดยร้านอาหารก็จะเป็นแนวฮาลาลที่ที่เน้นขายชาวมุสลิม


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
21 ตุลาคม 2567

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2567

 

EP.169 นั่งรถไฟฟ้าเวียดนาม
ในกรุงฮานอย


รถไฟฟ้าของเวียดนามเริ่มเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในช่วงเดือนพฤศจิกายนของปี 2021 ซึ่งถือว่าเป็นระบบขนส่งมวลเร็วแห่งแรกของประเทศอีกด้วยโดยถึงแม้ว่าจะถูกค่อนขอดว่าใช้เวลาการก่อสร้างนานหลายปีและมีความล่าช้าต่างๆนานา แต่ในที่สุดรถไฟฟ้าเวียดนามก็เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการซึ่งก็ตั้งอยู่ในกรุงฮานอย โดยรถไฟฟ้าสายแรกของเวียดนามจะให้บริการอยู่ทั้งสิ้น 12 สถานี

ผมได้มีโอกาสใช้บริการรถไฟฟ้าของเวียดนามเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นการนั่งรถไฟฟ้าสำรวจเส้นทางทั้งสิ้น 12 สถานีโดยเริ่มตั้งแต่สถานีก๊าตลิญไปจนถึงสถานีเอียนเหงีย โดยเลือกเดินทางในช่วงเที่ยงของวันธรรมดาซึ่งไม่ใช่ช่วงเวลาเร่งด่วน เนื่องจากมีการถ่ายคลิปบรรยากาศไปด้วยซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงที่สถานีก๊าตลิญก็พบว่าเป็นสถานีที่ใหญ่อยู่เหมือนกัน โดยมีจุดจอดรถให้บริการแต่ส่วนมากผมจะเห็นแต่มอเตอร์ไซค์ที่ถูกนำมาจอดกัน

ส่วนอัตราค่าโดยสารก็จะแตกต่างกันไปตามเส้นทางซึ่งผมเดินทางจนครบทั้งสิ้น 12 สถานีอัตราค่าโดยสารสูงสุดก็จะอยู่ที่ 15,000 ดงเวียดนามหรือตีเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ 20 บาทส่วนค่าโดยสารราคาถูกสุดจะอยู่ที่ 8,000 ดงหรือราวๆ 10 บาทซึ่งเมื่อได้ซื้อตั๋วโดยสารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินไปยังจุดของชานชาลาซึ่งในช่วงเที่ยงวันผู้โดยสารมีไม่มากนักและเท่าที่เห็นก็จะเป็นกลุ่มพวกนักเรียนและวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่

ส่วนระยะทางจากสถานีก๊าตลิญไปถึงสถานีเอียนเหงียจะอยู่ที่ 13 กิโลเมตรและจากที่ผมสังเกตุบรรยากาศระหว่างทางที่รถไฟฟ้าวิ่งผ่านก็พบว่า รถไฟฟ้าของเวียดนามสายนี้ไม่ได้ผ่านสถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยวหลักของกรุงฮานอยเลยแม้แต่สถานีเดียวซึ่งเส้นทางที่ผ่านส่วนใหญ่ก็จะเป็นโซนชานเมืองซึ่งไม่มีจุดท่องเที่ยวนั่นจึงทำให้รถไฟฟ้าในกรุงฮานอยยังไม่ได้รับความนิยมมากเท่าที่ควรประกอบกับการที่คนเวียดนามเองก็นิยมการขี่มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะในการเดินทางนั่นจึงทำให้รถไฟฟ้าเวียดนามยังไม่ตอบโจทย์สำหรับคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังกรุงฮานอย


สถานีก๊าตลิญเป็นจุดเริ่มต้นของผมในการ
นั่งรถไฟฟ้าเวียดนามที่กรุงฮานอย

ข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงเส้นทางต่างๆที่รถไฟฟ้าจะวิ่งผ่าน
โดยมีทั้ง 12 สถานีในระยะทาง 13 กิโลเมตร

บรรยากาศของสถานีรถไฟฟ้าก๊าตลิญในช่วงเที่ยง

ผมซื้อบัตรโดยสารเสร็จก็ขึ้นมารอยังจุดของชานชาลา
ซึ่งรถไฟฟ้าก็มาค่อนข้างตรงเวลาตามที่แสดงไว้บนตารางเวลา

บรรยากาศภายในรถไฟฟ้าซึ่งผู้โดยสารมีไม่เยอะมาก

นี่คือหน้าตาของบัตรโดยสารแบบเที่ยวเดียว
โดยการเดินทางครั้งนี้ผมจ่ายไปประมาณ 15,000 ดงหรือราวๆ 20 บาท

เดินทางมาถึงสถานีปลายทางซึ่งก็คือ สถานีเอียนเหงีย
โดยระหว่างที่ผ่านสถานีต่างๆแทบไม่เจอจุดท่องเที่ยวอะไรเลย

สถานีรถไฟฟ้าเอียนเหงียเป็นจุดเชื่อมต่อกับสถานีขนส่ง
ซึ่งมีรถบัสและรถมินิบัสให้บริการไปยังหลากหลายเส้นทาง


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
13 ตุลาคม 2567

วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2567

 

EP.168 สถานีขนส่งสะหวันนะเขต


เวลาผมเดินทางท่องเที่ยว ผมจะเที่ยวในสไตล์แบบแบ็คแพ็คเกอร์หรือการแบกเป้เที่ยวโดยจะเน้นการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลักซึ่งเมื่อเลือกเดินทางในรูปแบบนี้ก็ทำให้ผมได้มีโอกาสเดินทางด้วยรถบัสบ่อยครั้งซึ่งพวกรถบัสโดยสารก็มักจะจอดกันอยู่ตามสถานีขนส่งนั่นจึงทำให้ผมได้ไปตามสถานีขนส่งตามที่ต่างๆอยู่บ่อยๆซึ่งในช่วงกลางปีที่ผ่านมาผมก็ได้ไปขึ้นรถบัสโดยสารที่สถานีขนส่งสะหวันนะเขตซึ่งตั้งอยู่ในประเทศลาว

สถานีขนส่งสะหวันนะเขตเป็นสถานีขนส่งหลักของแขวงสะหวันนะเขตซึ่งที่นี่จะมีรถบัสและรถตู้โดยสารให้บริการอยู่อย่างมากมาย โดยจากการที่ผมได้เดินสำรวจบรรยากาศก็พบว่าจะมีรถบัสที่เดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆและแขวงต่างๆของประเทศลาวไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงอย่างกรุงเวียงจันทน์ รวมไปถึงจุดหมายปลายทางอื่นๆทั้งแขวงอัตตะปือ แขวงคำม่วน แขวงพงสาลี แขวงอุดมไซและแขวงอื่นๆอีกมากมาย

นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีรถบัสโดยสารที่วิ่งให้บริการไปยังต่างประเทศซึ่งจะเป็น 2 ประเทศเพื่อนบ้านของลาวไม่ว่าจะเป็น ไทยรวมไปถึงเวียดนาม โดยรถบัสที่วิ่งมาฝั่งไทยจะเป็นรถบัสที่วิ่งมายังจังหวัดมุกดาหาร ส่วนรถบัสที่ไปยังเวียดนามจะมีวิ่งไปทั้งที่เว้ ดานัง ด่งฮา ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ทางตอนกลางของเวียดนามทั้งหมด ขณะที่บรรยากาศส่วนอื่นๆก็จะมีจุดของร้านอาหารซึ่งเป็นร้านแบบท้องถิ่น เมนูอาหารที่ขายหลักๆในช่วงเช้าก็จะเป็น ข้าวเปียกเส้น ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับเมนูเฝอของทางเวียดนาม


สถานีขนส่งสะหวันนะเขตตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศลาว

จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารซึ่งที่นี่มีทั้งรถบัสและรถตู้
วิ่งให้บริการแก่ผู้โดยสารเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ

ตารางเส้นทางเดินรถที่สถานีขนส่งสะหวันนะเขต
ซึ่งจะเห็นว่ามีรถที่วิ่งไปทั้งที่ไทยและเวียดนาม

ผมเดินถ่ายคลิปบรรยากาศที่สถานี
ก่อนที่จะนั่งรถบัสคันนี้เพื่อเดินทางไปที่ดานังในประเทศเวียดนาม

ร้านอาหารที่อยู่ภายในสถานี ผมเดินทางไปถึงช่วงเช้า
ก็เห็นคนไปนั่งทานข้าวเปียกเส้นกัน

ผมถ่ายภาพมุมกว้างของสถานีขนส่งสะหวันนะเขต
ซึ่งบรรยากาศก็ดูไม่แตกต่างจากสถานีขนส่งอื่นๆในลาวเท่าไหร่


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
7 ตุลาคม 2567

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2567

 

EP.167 ชายหาดไบ๋ดา


ผมไปเที่ยวที่ประเทศเวียดนามบ่อยถึงบ่อยมากและเป็นประเทศที่ผมได้เดินทางไปเที่ยวมากที่สุดแล้วซึ่งถ้านับดูแล้วก็ไม่ต่ำกว่า 10 ครั้งที่ผมได้ไปเหยียบบนผืนแผ่นดินเวียดนาม โดยการไปแต่ละครั้งผมก็มักจะเจาะไปตามโซนหรือภาคต่างๆ เช่น ครั้งนี้ไปภาคกลาง ครั้งต่อไปก็ภาคเหนือหรือครั้งต่อไปก็ลงสู่ภาคใต้ซึ่งครั้งล่าสุดที่ผมได้ไปเที่ยวเวียดนามก็คือเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาและเน้นไปเที่ยวที่เมืองดานังซึ่งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ

ดานัง คือ เมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของเวียดนามโดยในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติแวะเวียนมาเที่ยวที่นี่กันอย่างมากมายซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวดังๆก็มักจะมีผู้คนไปเที่ยวกันเป็นจำนวนมากซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยถูกโฉลกกับผมมากนัก เพราะว่าผมชอบไปสถานที่แปลกๆที่ผู้คนอาจจะไม่เยอะมากและไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักซึ่งในเมืองดานังก็มีจุดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติแทบจะไม่รู้จักกัน เพราะที่นี่ค่อนข้างจะลึกลับซึ่งสถานที่ดังกล่าวก็คือ ชายหาดไบ๋ดา

สำหรับชายหาดไบ๋ดาเป็นจุดที่ไม่ได้มีคณะทัวร์มาลงเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในเมืองดานัง เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเป็นจุดที่ไปได้ค่อนข้างยากและทางเข้าก็ค่อนข้างเปลี่ยวและไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆทั้งสิ้น โดยการที่จะไปยังชายหาดไบ๋ดาต้องไปด้วยรถส่วนตัวเท่านั้นซึ่งผมก็เลือกเช่ามอเตอร์ไซค์จากที่พักและเมื่อไปถึงก็พบว่าทางเข้าค่อนข้างดูเปลี่ยวจริงๆ

ส่วนบรรยากาศด้านในเมื่อเดินเข้าไปแล้วก็ถือว่าคุ้มค่ากับการที่ได้มา แม้ว่าจะไม่มีชายหาดสวยๆให้ได้เดินเล่นแต่น้ำทะเลที่นี่ถือว่าค่อนข้างสวยใสเลยทีเดียวและจุดที่เป็นเอกลักษณ์เด่นก็คือ จำนวนโขดหินที่ตั้งอยู่อย่างเรียงรายซึ่งมีทั้งโขดหินเล็กและใหญ่สลับกันไปซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากนัก แต่ผมก็สังเกตุได้ว่ามีผู้คนไปเที่ยวกันไม่น้อยแต่ส่วนใหญ่ก็คือคนท้องถิ่นชาวเวียดนามนั่นเองซึ่งส่วนใหญ่จะมากันเป็นกลุ่มเพื่อนหรือกลุ่มครอบครัว บางคนก็เล่นน้ำอย่างสนุกสนาน บางคนก็มานั่งรับลมพูดคุยอย่างเป็นกันเองซึ่งบรรยากาศก็ดูมีความคึกคักไม่น้อยเลยทีเดียว


ทางเดินเข้าไปยังชายหาดไบ๋ดาซึ่งดูค่อนข้างเปลี่ยว
ส่วนทางเดินก็ไม่ได้เป็นทางแบบเรียบๆ

บรรยากาศของชายหาดไบ๋ดาซึ่งดูค่อนข้างสวยงามไม่น้อย
โดยเอกลักษณ์ก็คือ โขดหินน้อยใหญ่จำนวนมาก

นักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำคลายร้อนกันอย่างสนุกสนาน
ซึ่งคนที่มาเที่ยวที่นี่ก็เป็นคนท้องถิ่นแทบทั้งหมด

แม้ไม่มีชายหาดทอดยาวให้เดินเล่น
แต่ก็มีโขดหินมากมายให้ได้ถ่ายรูป

ผมยืนอยู่บนโขดหินและมองออกไปไกลสุดตา
ก็ได้พบกับภาพของตึกที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองดานัง

นักท่องเที่ยวบางส่วนที่ไม่ได้เล่นน้ำก็มานั่งพูดคุย
และนำอาหารมานั่งทานกัน

ผมเดินสำรวจไปรอบๆก็เห็นเปลที่คนนำมาผูกกับต้นไม้
เพื่อเอาไว้สำหรับนอนพักผ่อนแบบชิวๆ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
1 ตุลาคม 2567

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2567

 

EP.166 ถ้ำควาย


เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาผมได้ไปท่องเที่ยวที่เมืองนินห์บิญซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่โซนตอนเหนือค่อนมาทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม โดยผมพักที่นินห์บิญประมาณ 3 คืนซึ่งจากการที่ค้นหาข้อมูลมาก่อนแล้วก็พบว่าที่นินห์บิญจะมีความโดดเด่นในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติโดยเฉพาะพวกภูเขา น้ำตก ลำธารและแม่น้ำซึ่งสำหรับคนที่ชื่นชอบการผจญภัยแนวธรรมชาติ ที่นี่น่าจะตอบโจทย์พวกคุณได้อย่างแน่นอน

สำหรับที่เที่ยวเด่นๆของที่นินห์บิญก็จะเป็นพวกถ้ำรวมไปถึงการล่องแม่น้ำ แต่ผมมักจะชอบเสาะแสวงหาสถานที่ที่ผู้คนไม่ค่อยรู้จักมากนักซึ่งการมาเที่ยวที่นินห์บิญก็ทำให้ผมได้มาเจอกับ ถ้ำควาย ซึ่งตามภาษาอังกฤษก็เรียกกันตรงตัวว่า Buffalo Cave ซึ่งที่นี่เป็นเหมือนจุดทางผ่านระหว่างที่จะไปสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ แต่เมื่อผ่านมาเจอแล้วผมก็ขอแวะเข้าไปสำรวจบรรยากาศกันสักหน่อยว่าภายในถ้ำควายมีอะไรน่าสนใจบ้าง

โดยบรรยากาศของถ้ำควายต้องถือว่าเป็นถ้ำขนาดเล็กทางเข้าถ้ำมีลักษณะไม่ใหญ่มากนักและทางเดินเข้าไปก็ค่อนข้างเล็กและบางจุดก็แคบ แต่ถึงแม้จะไม่ได้มีจุดเด่นน่าสนใจอะไรแต่ก็มักจะมีนักท่องเที่ยวแวะมาชมอยู่เรื่อยๆเพราะเป็นเสมือนจุดทางผ่านที่จะไปเที่ยวยังสถานที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองนินห์บิญ ขณะที่บรรยากาศรอบๆผมวาค่อนข้างดีเลยทีเดียวเพราะได้เห็นทั้งวิวภูเขาและยังมีกิจกรรมให้ทำซึ่งจะเป็นการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวนาทั้งการเพาะปลูกต้นข้าว เลี้ยงเป็ด ขี่ควายซึ่งเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจากตะวันตกชื่นชอบกันอย่างมาก


ถ้ำควายเป็นถ้ำขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในเมืองนินห์บิญ
โดยเป็นถ้ำที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากเท่าไหร่

เมื่อเดินเข้ามาจะเจอกับจุดที่จัดไว้เพื่อการทำกิจกรรม
ซึ่งหลักๆก็คือ การปลูกต้นข้าว เลี้ยงเป็ดและขี่ควาย

ทางเดินเข้าถ้ำควายจะเป็นสะพานไม้ไผ่
โดยปากทางเข้าถ้ำก็ดูค่อนข้างจะเล็ก

บรรยากาศด้านภายในของถ้ำค่อนข้างจะเล็ก
ถ้าจะเดินเข้าไปจนสุดด้านภายในต้องระมัดระวังพอสมควร

เมื่อมาถึงถ้ำควายก็ย่อมมีควายให้ได้ชมกัน
โดยเจ้าตัวนี้ยืนต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่บริเวณใกล้จุดทางเข้า

ฝูงเป็ดที่ชาวบ้านเลี้ยงเอาไว้ซึ่งอาชีพหลักของคนที่นี่
ส่วนใหญ่จะทำอาชีพเกษตรกร

ชาวเมืองนินห์บิญนิยมเลี้ยงแพะเช่นเดียวกัน
ซึ่งเฝอแพะเป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดหากมานินห์บิญ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
23 กันยายน 2567

วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2567

 

EP.165 สำรวจบรรยากาศ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)


มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐและเป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่ 2 ของประเทศไทย นอกจากนั้นยังเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่และมีชื่อเสียงระดับต้นๆของประเทศรวมทังยังเคยมีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางการเมืองของไทยไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 รวมไปถึงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

แม้ว่าผมจะไม่ได้เรียนจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ก็ได้ยินชื่อเสียงของสถานศึกษาแห่งนี้เป็นเวลายาวนาน โดยในปัจจุบันมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ยังคงเป็นสถานศึกษาที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถานศึกษาที่มีคุณภาพและในแต่ละปีจะมีคนสอบเข้าแข่งขันเพื่อเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยกันเป็นจำนวนมาก

เมื่อช่วงประมาณกลางปีที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้ไปเดินสำรวจบรรยากาศของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ย่านท่าพระจันทร์ซึ่งเป็นการสำรวจบรรยากาศในช่วงเวลาบ่าย 4 โมงซึ่งตอนที่ผมไปดูบรรยากาศก็เป็นช่วงปิดภาคการศึกษาอยู่พอดีนั่นจึงทำให้บรรยากาศอาจดูไม่คึกคักมากเท่าไหร่นัก แต่บริเวณด้านภายในมหาวิทยาลัยก็มีจุดที่น่าสนใจอยู่หลายจุดเช่นกัน

โดยจุดที่ผมได้ไปเดินดูก็จะมีทั้งหอสมุด โรงอาหาร รวมไปถึงตึกเรียนของคณะรัฐศาสตร์ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโรงอาหาร นอกจากนั้นยังได้ไปเดินดูจุดของสนามกีฬาซึ่งจะเป็นจุดที่ใช้จัดกิจกรรมต่างๆรวมไปถึงจุดของทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งจะมีเก้าอี้ให้ผู้คนได้มานั่งพักผ่อน นอกจากนี้ยังมีจุดของลานปรีดี พนมยงค์ซึ่งเป็นรัฐบุรุษอาวุโสของประเทศไทย รวมทั้งยังเป็นนักกฎหมายและหัวหน้ากลุ่มคณะราษฎรสายพลเรือนซึ่งรูปปั้นของเขาตั้งอยู่อย่างโดดเด่น


ผมใช้ประตูเล็กฝั่งที่อยู่ติดกับท่าพระจันทร์เป็นจุดเข้าออก
ในการเดินสำรวจบรรยากาศของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผมไปในช่วงกลางปีซึ่งเป็นช่วงที่ยังปิดภาคเรียน
ทำให้บรรยากาศอาจดูไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่

ลานปรีดี พนมยงค์จะมีรูปปั้นของ ปรีดี พนมยงค์
ซึ่งเป็นรัฐบุรุษอาวุโสของประเทศไทยตั้งอยู่ตรงกลาง

โรงอาหารของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มีร้านอาหารขายกันอยู่ไม่มากนัก

ตึกเรียนคณะรัฐศาสตร์ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงอาหาร

ในแต่ละวันจะมีผู้คนมากมายมานั่งพักผ่อน
บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา

สนามกีฬาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ซึ่งจะเป็นสถานที่ที่ใช้จัดกิจกรรมต่างๆ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
17 กันยายน 2567