วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

 

EP.228 อนุสรณ์สถานแห่งชาติมาเลเซีย


ประเทศมาเลเซียในสมัยอดีตเคยตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตกซึ่งก็คือ อังกฤษ ซึ่งนั่นก็ทำให้ชาวมาเลย์ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นได้เจอกับความลำบากในการใช้ชีวิตและการถูกจำกัดสิทธิต่างๆซึ่งก็เป็นสิ่งที่บีบคั้นจนทำให้คนท้องถิ่นต้องร่วมใจลุกขึ้นมาต่อสู้กับผู้รุกรานที่มาปกครองอยู่นานหลายปี โดยพวกเขาได้ก่อตั้งกองกำลังคอมมิวนิสต์ในชื่อของ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติมาลายา

การต่อสู้เพื่อเอกราชของกองทัพมาลายาเต็มไปด้วยความกล้าหาญแม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิต แต่พวกเขาก็ได้รับการยกย่องในฐานะวีรบุรุษผู้เสียสละในการต่อสู้เพื่อเอกราชของชาติ โดยภายหลังจากที่มาเลเซียได้รับเอกราชก็ได้มีการสร้างทั้งอนุสรณ์สถานแห่งชาติและประติมากรรมชาวมาลายาทั้ง 7 คนซึ่งปัจจุบันถูกจัดให้เป็นสถานที่รำลึกและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งตั้งอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์

สำหรับอนุสรณ์สถานแห่งชาติถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 11,000 คนในเหตุการ์ฉุกเฉินมาลายาในช่วงระหว่างปี 1948 - 1960 โดยในทุกๆวันที่ 31 กรกฎาคมจะมีการจัดพิธีวางพวงมาลาและรำลึกถึงบรรดาผู้เสียชีวิต ส่วนจุดของประติมากรรมถูกสร้างเสร็จสิ้นในปี 1966 ซึ่งก็จะประกอบไปด้วยรูปปั้นของบุคคลทั้ง 7 คนซึ่งอยู่ในอิริยาบถต่างๆโดย 5 คนจะเป็นกองกำลังของฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งเป็นฝ่ายมีชัยชนะ ส่วนอีก 2 คนจะเป็นทหารของกองทัพคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นฝ่ายพ่ายแพ้


อนุสรณ์สถานแห่งชาติมาเลเซีย ตั้งอยู่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์
ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ฉุกเฉินมาลายา

บรรยากาศค่อนข้างกว้างขวาง โดยในทุกวันที่ 31 กรกฎาคม
จะมีการจัดงานพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิต

ประติมากรรมบุคคลทั้ง 7 สร้างเสร็จในปี 1966

ด้านหลังของประติมากรรมซึ่งมีรูปปั้นในลักษณะต่างๆ
ทั้งคนถือธงชาติมาเลเซีย คนถือปืนไรเฟิลและคนที่ได้รับบาดเจ็บ

ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของ
กรุงกัวลาลัมเปอร์และมีบรรยากาศที่เงียบสงบ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
19 กุมภาพันธ์ 2569

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

 

EP.227 ป้ายหยุดรถไฟคอกควาย


เส้นทางรถไฟชานเมืองสายแม่กลองถูกแบ่งออกเป็นหลักๆได้ 2 เส้นทางซึ่งก็คือ เส้นทางช่วงวงเวียนใหญ่ - มหาชัย และ เส้นทางช่วงบ้านแหลม - แม่กลอง โดยที่ผมได้มีโอกาสนั่งรถไฟช่วงเวียนใหญ่ - มหาชัยมากกว่าเนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากเท่าไหร่ โดยที่ในเส้นทางของรถไฟชานเมืองวงเวียนใหญ่ - มหาชัยก็ประกอบไปด้วย 5 สถานี ส่วนที่เหลือจะเป็นป้ายหยุดรถไฟทั้งหมด

สำหรับหนึ่งในป้ายหยุดรถไฟในเส้นทางช่วงเวียนใหญ่ - มหาชัยก็คือ ป้ายหยุดรถไฟคอกควาย ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเมืองของจังหวัดสมุทรสาครซึ่งในสมัยอดีตสันนิษฐานกันว่า บริเวณนี้น่าจะเคยเป็นพื้นที่ทำการเกษตรและมีการเลี้ยงควายเพื่อใช้แรงงานในส่วนของการเกษตร ส่วนในปัจจุบันนั้นไม่ได้มีพื้นที่ของการเกษตรให้เห็นอีกต่อไปแล้วโดยพื้นที่รอบๆก็จะถูกทดแทนไปด้วยของหมู่บ้านรวมถึงโรงงานอุตสาหกรรม

ส่วนการให้บริการของรถไฟชานเมืองก็จะมีให้บริการในทุกๆวันโดยที่จุดของป้ายหยุดรถคอกควายก็จะมีรถไฟมาเข้าจอดรับส่งผู้โดยสารในหลายรอบและมีตั้งแต่ช่วงเช้ามืดไปจนถึงรอบสุดท้ายซึ่งจะเป็นช่วงราวๆหัวค่ำ ส่วนอัตราค่าโดยสารก็จะลดหลั่นกันไปตามระยะทางซึ่งราคาถูกสุดจะอยู่ที่ 3 บาทและราคาสูงสุดจะไม่เกิน 10 บาทซึ่งจากที่ผมสำรวจบรรยากาศก็พบว่าป้ายหยุดรถไฟคอกควายไม่ได้ดูเงียบเหงามากนัก เพราะจะเห็นคนมารอขึ้นรถไฟและบางคนก็แวะมาตกปลา


ป้ายหยุดรถไฟคอกควาย ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร
โดยเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟชานเมืองสายแม่กลอง

บรรยากาศของป้ายหยุดรถไฟคอกควายซึ่งจะมองเห็น
จุดของบ้านพักสำหรับเจ้าหน้าที่ของการรถไฟ

ตารางเดินรถแบบเก่าที่ป้ายหยุดรถไฟคอกควาย

ตั้งอยู่ระหว่างป้ายหยุดรถไฟบ้านขอม
กับป้ายหยุดรถไฟบางน้ำจืด

ศาลาสำหรับผู้โดยสารที่มารอขึ้นลงรถไฟ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
11 กุมภาพันธ์ 2569

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

 

EP.226 สวนสิรินทราพฤกษาพรรณ


สวนสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้นมีอยู่มากมายหลายแห่งครับ โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีหลังได้มีการสร้างพื้นที่สวนสาธารณะในแทบจะทุกเขตของกรุงเทพซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองหลวง นอกจากนั้นยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับชาวกรุงในทุกเขตได้ออกมาวิ่งออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่างๆที่มีความสร้างสรรค์และยังเป็นจุดพักผ่อนที่สามารถหลีกหนีความวุ่นวายจากพื้นที่ภายนอกได้

ผมก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ชอบไปนั่งพักผ่อนชมบรรยากาศของสวนสาธารณะโดยหนึ่งในจุดที่ผมได้ไปมาแล้วก็คือ สวนสิรินทราพฤกษาพรรณ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตบางกอกน้อย สำหรับสวนสิรินทราพฤกษาพรรณก็จัดได้ว่าเป็นสวนสาธารณะที่มีขนาดเล็กที่สุดของกรุงเทพฯ เพราะว่ามีเนื้อที่เพียงแค่ 3 ไร่ 16 ตารางวาซึ่งในอดีตเคยเป็นบ้านสวนของนายอุ๋ย จันทร์เฉลิม ซึ่งในภายหลังได้มีการมอบที่ดินผืนนี้ให้แก่มูลนิธิชัยพัฒนาซึ่งต่อมาก็ถูกปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะ

ส่วนบรรยากาศของสวนสิรินทราพฤกษาพรรณ แม้ว่าจะเป็นสวนสาธารณะขนาดเล็กแต่ที่นี่ก็มีผู้คนหลากหลายมาทำกิจกรรมต่างๆทั้ง วิ่งออกกำลังกาย นั่งพักผ่อน เล่นแบดมินตัน ชมบรรยากาศของบ้านสวนซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นที่อยู่อาศัยของนายอุ๋ย นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ของสวนยกร่องซึ่งเอาไว้เก็บน้ำใช้ในยามขาดแคลน จุดของพิพิธภัณฑ์ช่างไม้ซึ่งรวบรวมเครื่องมือสมัยโบราณเอาไว้และจุดของบ้านไม้เก่าซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของนายอุ๋ย


สวนสิรินทราพฤกษาพรรณเป็นสวนสาธารณะขนาดเล็ก
ซึ่งตั้งอยู่ในเขตบางกอกน้อยของกรุงเทพมหานคร

เนื้อที่ของสวนสิรินทราพฤกษาพรรณมีเพียงแค่ 3 ไร่
16 ตารางวาจึงเป็นสวนสาธารณะที่เล็กที่สุดของกรุงเทพฯ

แต่ในทุกๆเย็นก็มักจะมีผู้คนมาออกกำลังกายกันพอสมควร

โซนของสวนยกร่อง

บ้านไม้เก่าซึ่งเคยเป็นที่อยู่ของนายอุ๋ย จันทร์เฉลิม
ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้

พิพิธภัณฑ์ช่างไม้เป็นแหล่งเรียนรู้และ
แหล่งรวบรวมเครื่องมือในสมัยโบราณ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
3 กุมภาพันธ์ 2569

วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569

 

EP.225 สุสานโปรแตสแตนท์
แห่งเกาะปีนัง


ชีวิตของมนุษย์ทุกคนมีสิ่งที่ทุกคนไม่สามารถหลีกหนีได้นั่นก็คือ ความตาย ใช่แล้วครับชีวิตของคนเรามีเกิด แก่ เจ็บแล้วก็ต้องตายมันคือวัฏจักรของชีวิต โดยหลังจากที่เราตายกันแล้วร่างกายของเราก็จะถูกบรรดาญาติพี่น้องมิตรสหายนำไปประกอบพิธีทางศาสนาซึ่งตรงจุดนี้ก็จะมีความแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละศาสนาไม่ว่าจะเป็นพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ซิกซ์และอื่นๆ

สำหรับการจัดงานศพในศาสนาคริสต์เมื่อมีการประกอบพิธีทางศาสนาเสร็จสิ้นแล้วก็จะทำการฝังศพผู้เสียชีวิต โดยบรรดาหลุมศพของผู้เสียชีวิตก็มักจะถูกจัดอยู่ในจุดของสุสาน โดยที่เกาะปีนังของประเทศมาเลเซียแม้ว่าพลเมืองส่วนใหญ่จะเป็นชาวมุสลิมแต่ถึงกระนั้นก็มีสุสานตามหลักของศาสนาคริสต์ตั้งอยู่เช่นกันโดยที่เป็นสุสานโปรแตสแตนท์ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะปีนัง

สำหรับสุสานโปรแตสแตนท์บนเกาะปีนังก็เป็นสุสานที่ใช้ฝังศพบรรดาชาวต่างชาติที่เคยเข้ามาทำมาหากินในเกาะปีนังซึ่งมีทั้งชาวจีน ชาวเยอรมัน ชาวอาร์เมเนีย รวมไปถึงชาวอังกฤษ ซึ่งบรรดาหลุมศพต่างๆก็ประกอบไปด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีหน้าที่การงานที่ดีซึ่งก็มีทั้ง จอห์น อเล็กซานเดอร์ แบนเนอร์แมน ซึ่งเป็นอดีตผู้ว่าการรัฐปีนังคนที่หก มาเรีย ทาร์น ไดเออร์ บาวซัม ซึ่งเป็นมิชชันนารี รวมถึงจอร์จ ซามูเอล วินด์เซอร์ เอิร์ล ซึ่งเป็นนักมานุษยวิทยาและเป็นผู้เขียนหนังสือ ทะเลตะวันออก

ส่วนบรรยากาศของสุสานโปรแตสแตนท์ก็ตั้งอยู่ภายในสวนป่าซึ่งมีต้นลีลาวดีและอยู่ห่างจากพื้นที่ของชายหาดแค่ไม่กี่เมตร โดยจากที่ผมสำรวจก็พบว่ามีหลุมศพไม่ต่ำกว่า 500 หลุมซึ่งผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มักจะเป็นคนหนุ่มสาวที่อายุไไม่ถึง 50 ปีรวมทั้งยังมีหลุมศพของบรรดาเด็กทารกเป็นจำนวนมาก โดยแม้ว่าสุสานโปรแตสแตนท์แห่งเกาะปีนังจะเปิดให้เข้าชมฟรีแต่ถึงกระนั้นก็มีอุปสรรคในการเดินชมซึ่งก็คือ จำนวนยุงที่มีอย่างชุกชุม ซึ่งระหว่างที่ผมเดินชมก็โดนยุงกัดไปไม่น้อยเลยทีเดียว


บรรยากาศของสุสานโปรแตสแตนท์ซึ่งตั้งอยู่ใน
เกาะปีนังของประเทศมาเลเซีย

สุสานของที่นี่จะเป็นสุสานฝังศพบรรดาชาวต่างชาติ
ที่เคยเข้ามาอยู่อาศัยบนเกาะปีนัง

หลุมศพมีหลากหลายรูปทรงซึ่งถ้าเป็นบุคคลที่มีตำแหน่ง
ก็จะมีลักษณะหลุมศพที่มีขนาดใหญ่

แต่ที่นี่มียุงค่อนข้างชุมซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ
ต่อการเดินเที่ยวชมบรรยากาศของสุสาน


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
24 มกราคม 2569

วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

 

EP.224 ทะเลสาบดงดา


แลนด์มาร์กเด่นๆของกรุงฮานอยซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามก็มีอยู่หลายแห่งซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองและเป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่การไปเที่ยวฮานอยครั้งล่าสุดของผมนั้น ผมถือโอกาสออกไปสำรวจพื้นที่นอกใจกลางเมืองของกรุงฮานอยโดยหนึ่งในนั้นก็คือ เขตดงดา ซึ่งเป็นเขตที่ไม่ได้มีจุดท่องเที่ยวเด่นๆมากนักและไม่ได้มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านมากเท่าไหร่นัก

แต่ถึงจะไม่ได้เป็นโซนท่องเที่ยวหลักแต่ถึงกระนั้นบริเวณเขตดงดาก็มีจุดที่น่าสนใจซึ่งก็คือ ทะเลสาบดงดา ซึ่งแม้ว่าความโด่งดังจะสู้ทะเลสาบฮว่านเกี๊ยมไม่ได้ แต่จุดที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือ ความไม่พลุกพล่านของผู้คน ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เป็นสิ่งที่เหมาะแก่การมาพักผ่อนชมบรรยากาศ ส่วนบรรยากาศของทะเลสาบดงดาก็ถือว่ามีความกว้างใหญ่อยู่พอควรซึ่งมีทางเดินรอบทะเลสาบที่สามารถมาเดินและวิ่งออกกำลังกายได้

นอกจากนั้นยังมีเครื่องออกกำลังกายที่สามารถไปยืดเส้นยืดสายกันได้รวมทั้งยังมีเส้นทางของรถไฟฟ้าประจำกรุงฮานอยซึ่งจะวิ่งข้ามทะเลสาบ ส่วนวันที่ผมไปสำรวจบรรยากาศก็เป็นช่วงเวลาก่อนเที่ยงวัน ทำให้อาจจะไม่ได้เห็นภาพของผู้คนที่มาออกกำลังกายมากนักแต่ผมก็ได้เห็นบรรยากาศของผู้คนบางส่วนที่มาตกปลาบริเวณทะเลสาบรวมถึงยังเห็นพวกร้านกาแฟรอบทะเลสาบที่มีอยู่อย่างมากมายหลายร้าน


ทะเลสาบดงดา แม้จะไม่ได้ชื่อเสียงเหมือนทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม
แต่ก็มีจุดเด่นก็คือ การที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน

ทะเลสาบดงดาค่อนข้างมีความกว้างใหญ่
และบรรยากาศก็ไม่พลุกพล่านมากนัก

ทางเดินรอบทะเลสาบซึ่งสามารถมาเดินวิ่งออกกำลังกายได้

ผู้คนจำนวนหนึ่งมายืดเส้นยืดสายกับเครื่องออกกำลังกาย
ในช่วงเวลาก่อนเที่ยงวัน


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
14 มกราคม 2569

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568

 

EP.223 สถานีขนส่งเมียนดงแห่งใหม่


นครโฮจิมินห์เป็นเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามโดยถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศ แต่ที่นี่ก็มีความเจริญในด้านเศรษฐกิจและด้านอื่นๆอยู่มากพอสมควรโดยครั้งล่าสุดที่ผมได้ไปสำรวจบรรยากาศของนครโฮจิมินห์ก็คือ ช่วงต้นปี 2025 ซึ่งในตอนนั้นที่นครโฮจิมินห์ได้มีการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายแรกอย่างเป็นทางการซึ่งเส้นทางของรถไฟฟ้าก็ได้มีการเชื่อมต่อกับสถานที่สำคัญต่างๆ

หนึ่งในนั้นก็คือ สถานีขนส่งเมียนดงแห่งใหม่ ซึ่งเปิดให้บริการไปเมื่อเดือนเมษายน 2020 โดยที่เป็นสถานีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการลดความแออัดจากสถานีขนส่งแห่งเดิม โดยสถานีขนส่งเมียนดงแห่งใหม่ในช่วงแรกของการเปิดให้บริการกลับพบว่ามีผู้โดยสารมาใช้บริการกันค่อนข้างน้อยซึ่งสาเหตุก็มาจากการที่ตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากย่านใจกลางเมืองและมีรถบัสให้บริการในแต่ละวันไม่มากนัก

ขณะที่ในปัจจุบันจากการที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าซ้วยเตี่ยนก็ทำให้มีผู้โดยสารมาใช้บริการกันเยอะมากขึ้นซึ่งบรรยากาศเท่าที่ผมได้ไปสำรวจก็พบว่าเริ่มมีรถบัสให้บริการมากขึ้น มีจุดจำหน่ายตั๋วโดยสารรถบัสของหลายบริษัทรวมถึงร้านค้าที่ขายพวกอาหารและเครื่องดื่ม แต่ถึงกระนั้นความคึกคักก็ยังมีไม่มากเท่าไหร่นักซึ่งส่วนใหญ่ผู้โดยสารยังคงนิยมไปขึ้นรถที่สถานีขนส่งเมียนดงแห่งเก่ามากกว่า


สถานีขนส่งเมียนดงแห่งใหม่ ตั้งอยู่ในนครโฮจิมินห์
โดยเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2020

บรรยากาศภายในสถานีค่อนข้างจะใหญ่โต
แต่ถึงกระนั้นก็มีผู้โดยสารค่อนข้างบางตา

จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารของหลายบริษัท

ลานจอดพวกรถสาธารณะต่างๆอย่างเช่น รถบัส รถตู้

ร้านขายของภายในสถานีขนส่งซึ่งมีอาหารของเวียดนาม
รวมถึงบรรดาเครื่องดื่มอีกหลากหลาย

ปัจจุบันได้มีการเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าซ้วยเตี่ยน
ทำให้การเดินทางสู่โซนใจกลางเมืองสะดวกมากยิ่งขึ้น


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
20 ธันวาคม 2568

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

 

EP.222 โบสถ์ไม้เมืองคอนตูม


เมืองคอนตูมตั้งอยู่ทางที่ราบสูงตอนกลางในประเทศเวียดนาม โดยถึงแม้ว่าชื่อเสียงของที่นี่จะไม่โด่งดังเท่ากับที่ฮานอย ดานัง โฮจิมินห์ ฮอยอันไปจนถึงซาปา แต่ถึงกระนั้นเมืองคอนตูมก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่ไม่น้อยโดยหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นดั่งแลนด์มาร์กของเมืองคอนตูมก็คือ โบสถ์ไม้เก่าแก่ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปีซึ่งใครที่มีโอกาสแวะมาที่คอนตูมต่างก็ต้องมาชมโบสถ์ไม้แห่งนี้กันแทบทั้งนั้น

สำหรับโบสถ์ไม้เก่าแก่แห่งเมืองคอนตูมเป็นสถาปัตยกรรมแบบคาทอลิกและเป็นสถานที่สำคัญในการประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ โดยถูกสร้างขึ้นในปี 1913 และสร้างเสร็จสิ้นในปี 1918 โดยการออกแบบตัวโบสถ์ก็มีความผสมผสานกันระหว่างสถาปัตยกรรมโรมันและบ้านยกพื้นแบบบานาซึ่งถือว่าเป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นตอนกลางของเวียดนามได้อย่างลงตัว

ส่วนโครงสร้างทั้งหมดตั้งแต่เสา โครงถัก ไปจนถึงพื้นล้วนแต่ทำมาจากไม้ซึ่งเมื่อมองจากภายนอกจะมองเห็นโบสถ์ซึ่งมีความสูงสง่างาม ตกแต่งด้วยสีเข้มของไม้และกระเบื้อง ส่วนด้านหน้าโบสถ์จะมีหอระฆังสูง 24 เมตร ส่วนด้านภายในโบสถ์ก็ยิ่งมีความสวยงามวิจิตรบรรจงยิ่งนัก เพราะมีซุ้มประตูที่โค้งยาว ส่วนหน้าต่างก็เป็นกระจกสีสไตล์วิโทรซ์ซึ่งถูกประดับประดาด้วยภาวาดในเรื่องราวของพระคัมภีร์ซึ่งส่องประกายอย่างระยิบระยับผ่านแสงธรรมชาติ

สำหรับในปัจจุบันโบสถ์ไม้เก่าแก่แห่งเมืองคอนตูมได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมฟรีซึ่งนอกจากจะได้เห็นความสวยงามของตัวโบสถ์แล้วก็ยังมีจุดของรูปปั้นที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนาคริสต์ซึ่งจะตั้งอยู่ทางด้านนอกของตัวโบสถ์ นอกจากนั้นยังสามารถเรียนรู้ความเป็นมาของโบสถ์ไม้แห่งเมืองคอนตูมซึ่งมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจอย่างมาก


โบสถ์ไม้เก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปีเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองคอนตูม

บรรยากาศภายในโบสถ์ไม้แห่งเมืองคอนตูมซึ่งมี
ความสวยงามและวิจิตรตระการตาอย่างมาก

ภายในมหาวิหารจะมีการประดับตกแต่งอย่างสวยงาม
รวมถึงมีรูปปั้นของนักบุญของศาสนาคริสต์ให้ได้ชมกัน

ภายนอกโบสถ์จะเห็นรูปปั้นของพระแม่มารี
ซึ่งกำลังอุ้มร่างของพระเยซูซึ่งอยู่ในสภาพได้รับบาดเจ็บ

พื้นที่บริเวณรอบโบสถ์มีการประดับตกแต่งอย่างสวยงาม


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
6 พฤศจิกายน 2568