EP.106 นั่งรถจี๊ปนีย์ที่ฟิลิปปินส์
การเดินทางท่องเที่ยวต่างแดนของผมไม่ได้มีแค่ไปเห็นแลนด์มาร์กหรือสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆของประเทศเหล่านั้น เพราะการท่องเที่ยวประเภทนี้ก็เสมือนเราเป็นนักท่องเที่ยวที่ไปกับกรุ๊ปทัวร์ที่แค่ให้ได้ไปเห็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในระยะเวลาสั้นๆแล้วก็ถูกเรียกขึ้นรถเพื่อให้ไปยังจุดหมายอื่นๆเพื่อให้ครบกำหนดการ แต่ตัวผมมีสไตล์การท่องเที่ยวที่เป็นรูปแบบของนักเดินทางแบกเป้เที่ยว นั่นจึงทำให้การเที่ยวต่างแดนของผมจะมีมากกว่าการไปเที่ยวตามแลนด์มาร์กดังๆที่ผู้คนนิยมไปกันซึ่งสิ่งที่มีมากกว่านั้นก็คือ การไปเรียนรู้และเข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นของแต่ละประเทศนั่นเอง
โดยช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมได้แบกเป้ไปเที่ยวที่ฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นครั้งแรกของผมที่ได้ไปเยือนดินแดนตากาล็อก การไปที่ฟิลิปปินส์ก็ไม่ต่างจากที่อื่นๆที่ผมได้ไปครับซึ่งนั่นก็คือการไปสัมผัสและเข้าถึงวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่น โดยวิธีที่จะได้ซึมซับได้ง่ายดายที่สุดก็คือการนั่งรถโดยสารสาธารณะของฟิลิปปินส์ซึ่งก็คือ การนั่งรถจี๊ปนีย์ ซึ่งเปรียบกับบ้านเราก็คงอารมณ์ประมาณนั่งรถสองแถวโดยสารยังไงอย่างนั้น
สำหรับรถจี๊ปนีย์จัดว่าเป็นรถโดยสารสาธารณะที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของฟิลิปปินส์เลยทีเดียว โดยคำว่า จี๊ปนีย์ มาจากการรวมคำในภาษาอังกฤษซึ่งคำว่า จี๊ป ก็มาจากรถจี๊ป ส่วนคำว่า นีย์ ก็แปลว่าเข่า เนื่องรถจี๊ปนีย์เป็นรถโดยสารที่ผู้โดยสารจะต้องนั่งชิดติดจนแออัดและเข่าชนกันนั่นเอง ส่วนจุดกำเนิดของรถจี๊ปนีย์นั้นก็มาจากทหารอเมริกันที่ใช้ฟิลิปปินส์เป็นฐานทัพได้ใช้รถจี๊ปนีย์เป็นพาหนะในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 พอสงครามยุติลงรถจี๊ปนีย์ก็ถูกดัดแปลงจากรถที่ใช้ในสงครามมาใช้เป็นรถไว้สำหรับโดยสาร
ตอนที่ผมพักอยู่ในกรุงมะนิลาก็มีโอกาสได้ใช้บริการรถจี๊ปนีย์เพราะต้องการสัมผัสและเข้าถึงวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น โดยครั้งแรกที่ได้ทดลองนั่งก็ต้องยอมรับเลยว่าค่อนข้างเกิดอาการ มึนงง อยู่พอสมควรทั้งบรรยากาศบนรถ ลักษณะของตัวรถ รวมไปถึงระบบการจ่ายเงินค่าโดยสาร แต่เท่าที่ผมสังเกตุได้ก็พบว่าลักษณะของตัวรถจะเป็นที่นั่งเบาะยาวและมีขนาดยาวกว่ารถสองแถวของบ้านเรา แต่ความกว้างนั้นดูแคบกว่าทำให้เข่าของผู้โดยสารจะชนกันพอดี ส่วนข้างรถจะมีการวาดภาพซึ่งเป็นความเชื่อทางศาสนาคริสต์และมีสีสันที่ดูฉูดฉาดเป็นเอกลักษณ์
ขณะที่ออดหรือกริ่งก็ไม่ได้มีเหมือนรถสองแถวบ้านเรา เวลาถึงจุดที่ต้องการจะลงก็ให้ตะโกนบอกกับคนขับ ส่วนวิธีการจ่ายเงินก็แตกต่างจากบ้านเรา เพราะเวลาจะจ่ายเงินก็จะเป็นการจ่ายเงินแบบส่งต่อๆกันไปอย่างถ้าเรานั่งอยู่ท้ายรถก็จะต้องส่งเงินไปให้กับผู้โดยสารที่นั่งด้านในส่งต่อไปเรื่อยๆจนไปถึงมือของคนขับ โดยการนั่งรถจี๊ปนีย์ครั้งแรกของผมต้องถือว่าน่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยซึ่งผมก็ไม่มีจุดหมายว่าจะไปลงที่ไหน สุดท้ายก็นั่งไปเรื่อยๆพอถึงย่านเขตเมืองเก่าอินทรามูรอสเลยเลือกลงที่จุดนี้แล้วจ่ายเงินกับคนขับซึ่งผมจำไม่ได้ว่าจ่ายเป็นเงินกี่เปโซแต่เมื่อมาตีเป็นเงินไทยก็จะอยู่ที่ราวๆ 24 บาทเท่านั้น
รถจี๊ปนีย์เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของประเทศฟิลิปินส์
และเป็นรถโดยสารที่ได้รับความนิยมอยู่พอสมควร
รถจี๊ปนีย์จะมีความยาวกว่ารถสองแถวของบ้านเรา
แต่ที่นั่งผู้โดยสารจะแคบกว่า
เนื่องจากมีราคาถูก โดยค่าโดยสารจะคิดตามระยะทาง
คนขับรถจี๊ปนีย์ต้องมีความชำนาญพอสมควร
ทั้งการจดจำหน้าผู้โดยสารและเรื่องสภาพการจราจรในกรุงมะนิลา
วิธีการจ่ายเงินก็ดูแตกต่างจากเมืองไทย โดยคนที่นั่งท้ายๆ
เวลาจ่ายเงินก็ต้องส่งต่อให้คนแถวในเพื่อส่งไปเรื่อยๆจนถึงมือคนขับ








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น