วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

 

EP.137 จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า
สายสีเขียว - สายสีชมพู


ปัจจุบันพื้นที่ของกรุงเทพมหานครรวมไปถึงพื้นที่ในเขตปริมณฑลต่างก็มีความเจริญขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้มีการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าขึ้นมาอย่างมากมายและในปัจจุบันมีรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแก่พี่น้องประชาชนหลากหลายสายซึ่งเมื่อมีรถไฟฟ้าอยู่หลายสาย ทำให้ได้เกิดจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าอยู่หลายแห่ง โดยหนึ่งในนั้นก็คือจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับสายสีชมพูที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ

ช่วงที่รถไฟฟ้าสายสีชมพูเปิดให้บริการใหม่ๆก็ตรงกับช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนของปี 2566 ซึ่งผมก็ไม่พลาดที่จะไปทดลองนั่งโดยช่วงแรกๆเป็นการให้บริการฟรีแต่ในปัจจุบันได้มีการคิดอัตราค่าโดยสารไม่ต่างจากรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ส่วนเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีชมพูนั้นก็มีอยู่มากมายครับแต่สถานีที่สำคัญที่จะมีผู้โดยสารมาใช้บริการกันค่อนข้างเยอะก็คือ สถานีวัดพระศรีมหาธาตุซึ่งตั้งอยู่ในเขตบางเขน

สำหรับสถานีวัดพระศรีมหาธาตุนั้นเป็นหนึ่งในเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงคูคต - หมอชิต โดยเริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2563 และเมื่อรถไฟฟ้าสายสีชมเปิดให้บริการเมื่อปลายปีที่แล้วก็ทำให้ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งถ้าหากใครต้องการเดินทางไปโซนมีนบุรีก็ให้มาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนใครที่ต้องการเดินทางไปโซนทางจตุจักร อนุสาวรีย์ชัย พร้อมพงษ์ เอกมัยหรือปากน้ำก็ให้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว


สถานีรถไฟฟ้าวัดพระศรีมหาธาตุในปัจจุบัน
เป็นหนึ่งในจุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับสายสีชมพู

การจะเดินไปยังสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพูก็ให้ใช้
บริเวณจุดทางออกที่ 2

จุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับสายสีชมพู
โดยภาพนี้ผมถ่ายตอนช่วงปลายปีที่แล้วซึ่งยังให้บริการฟรี

ทางเดินสกายวอล์คที่เชื่อมต่อระหว่างสายสีเขียวกับสายชมพู

บรรยากาศของสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู
ซึ่งตั้งอยู่ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
16 กุมภาพันธ์ 2567

วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

 

EP.136 บังเกอร์นายพลทหารฝรั่งเศส


ยุทธการเดียนเบียนฟูเป็นสงครามระหว่างฝ่ายฝรั่งเศสกับฝ่ายเวียดนาม โดยเกิดขึ้นในช่วงยุคทศวรรษที่ 50 ซึ่งในสมัยก่อนฝรั่งเศสคือเจ้าอาณานิคมของเวียดนาม แต่เมื่อมีกลุ่มชาวเวียดนามผู้รักชาติได้ลุกฮือต่อต้านการตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของฝรั่งเศส ทำให้สงครามเกิดขึ้นและยุทธการเดียนเบียนฟูก็ได้มีสงครามปะทะกันระหว่าง 2 ฝ่ายซึ่งกินระยะเวลา 1 เดือนกว่าจนในที่สุดฝ่ายกองทัพเวียดนามก็มีชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในปีคริสตศักราช 1954

สำหรับในยุคปัจจุบันเมืองเดียนเบียนฟูคือเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนามและเป็นเมืองที่มีพรมแดนติดกับประเทศลาว ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่เดียนเบียนฟูเมื่อช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมาซึ่งการเที่ยวที่เมืองเดียนเบียนฟูของผมตลอดทั้ง 4 วัน ผมเน้นในการเดินเที่ยวสำรวจบรรยากาศในตัวเมือง โดยสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของเมืองเดียนเบียนฟูมักจะมีความเกี่ยวข้องกับสงคราม เพราะที่เมืองแห่งนี้ในอดีตก็คือสมรภูมิการสู้รบกันระหว่างกองทัพเวียดนามกับกองทัพฝรั่งเศส

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเดียนเบียนฟูผมได้ไปสำรวจอยู่หลายแห่งโดยหนึ่งในนั้นก็คือ บังเกอร์นายพลทหารฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกับสะพานเมืองทันห์ สำหรับบังเกอร์นายพลทหารฝรั่งเศสในครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ที่กองทัพฝรั่งเศสใช้เป็นฐานทัพในการบัญชาแผนการรบ นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่พักของทหารระดับยศนายพลของทางฝ่ายฝรั่งเศส โดยบรรยากาศของตัวบังเกอร์จะมีลักษณะที่ถูกสร้างโดยการใช้ปูนซีเมนต์ก่อให้สูงซึ่งจะมีบันไดทางลงไปยังชั้นด้านล่างซึ่งจะเป็นจุดของฐานทัพที่ใช้ในการวางแผนการสู้รบ

สำหรับจุดชั้นล่างจะถูกแบ่งห้องทั้งในส่วนของห้องบัญชาแผนการรบพร้อมกับโต๊ะเก้าอี้สีเขียว นอกจากนั้นยังมีแผนที่เส้นทางที่บอกพิกัดในสมรภูมิของการสู้รบซึ่งจากการที่ผมสำรวจดูแล้วแม้ว่าจะเป็นบังเกอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาแบบชั่วคราว แต่ลักษณะด้านภายในก็ดูไม่อึดอัดมีขนาดกว้างมากพอที่จะเข้าไปพักผ่อนหรือใช้ในการวางแผนการรบซึ่งดูแตกต่างจากอุโมงค์กูจีในนครโฮจิมินห์ซึ่งทหารเวียดนามใช้ในการซุ่มโจมตีศัตรูซึ่งมีลักษณะเล็กแคบและอึดอัด โดยปัจจุบันบังเกอร์นายพลฝรั่งเศสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของเมืองเดียนเบียนฟูและเปิดให้เข้าชมกันทุกวัน โดยมีราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 20000 ดงหรือประมาณ 30 บาท


บังเกอร์นายพลทหารฝรั่งเศสเป็นหนึ่งใน
สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของเมืองเดียนเบียนฟู

จุดจำหน่ายตั๋วค่าเข้าชมโดยตีเป็นเงินไทยประมาณ 30 บาท

บังเกอร์นายพลทหารฝรั่งเศสถูกก่อสร้างด้วยปูนซีเมนต์
โดยเป็นสถานที่บัญชาแผนการรบของทหารฝรั่งเศส

บริเวณชั้นล่างจะเป็นทางเดินชมจุดต่างๆซึ่งถูกแบ่งเป็นห้อง
โดยหลักๆจะเป็นจุดที่ใช้วางแผนการสู้รบ

ห้องที่ใช้ในการบัญชาการสู้รบซึ่งจะมีทั้งแผนที่
โต๊ะและเก้าอี้สีเขียว

บังเกอร์นายพลทหารฝรั่งเศสของเมืองเดียนเบียนฟู
มีลักษณะกว้างไม่อึดอัดและเดินได้แบบสบายๆ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
8 กุมภาพันธ์ 2567

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

 

EP.135 ซอยแห่งสตรีทอาร์ต


ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกต่างก็ให้การยอมรับกับงานศิลปะบนกำแพงหรือที่ถูกเรียกกันสั้นๆในชื่อของ สตรีทอาร์ต ซึ่งเป็นสิ่งที่ถือกำเนิดเกิดขึ้นในทวีปยุโรปและปัจจุบันวัฒนธรรมก็แพร่หลายไปยังหลายประเทศทั่วโลกซึ่งในเมืองไทยของเราเองก็มีงานสตรีทอาร์ตกันอย่างมากมายและถ้าหากให้นับดูแล้วผมว่าคงนับกันไม่หวาดไม่ไหว ขณะที่ในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทยอย่างเวียดนามก็มีงานสตรีทอาร์ตให้ได้ชมกันอยู่ไม่น้อย โดยหนึ่งในจุดชมสตรีทอาร์ตที่มีความน่าสนใจก็คือที่เมืองดานังซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ

ผมไปเที่ยวดานังครั้งล่าสุดก็ตอนปลายปี 2023 ซึ่งผมมีเวลาไม่เยอะมากส่วนมากจึงเน้นสำรวจเมืองและก็ได้ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวจากในกูเกิลแมพซึ่งก็ค้นพบกับซอยแห่งหนึ่งซึ่งไม่ใช่ซอยธรรมดาเพราะภายในซอยจะเต็มไปด้วยภาพสตรีทอาร์ตที่ถูกรังสรรค์อยู่บนกำแพง โดยภาพสตรีทอาร์ตเหล่านี้มีให้ชมกันอย่างมากมายไปตลอดทั้งซอยซึ่งผลงานเหล่านี้ก็มาจากฝีมือของกลุ่มกราฟฟิตี้ฝีมือดีชาวเวียดนามรวมไปถึงชาวต่างชาติบางส่วน

สำหรับภาพสตรีทอาร์ตที่สามารถพบเห็นได้ในซอยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภาพที่บอกเล่าเรื่องราววิถึชีวิตของชาวเมืองดานังซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพด้วยการเป็นชาวประมงซึ่งที่ถูกสื่อออกมาก็จะเกี่ยวกับเรือหาปลาบางภาพก็เป็นเรือกระด้ง นอกจากนั้นก็ยังมีภาพอื่นๆที่ไม่ได้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวเวียดนามให้ได้ชมกันอย่างมากมาย โดยการที่งานสตรีทอาร์ตเหล่านี้ตั้งอยู่ในซอยทำให้ผู้ที่เข้ามาเดินชมจะได้เห็นภาพบรรยากาศแบบท้องถิ่นจริงๆ เพราะพื้นที่ในซอยก็จะเต็มไปด้วยบ้านเรือนของชาวบ้านซึ่งขณะที่เดินชมงานสตรีทอาร์ตก็อาจจะได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในซอยไปพร้อมๆกัน


ซอยเล็กๆแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานมังกรในเมืองดานัง
จะเต็มไปด้วยงานภาพสตรีทอาร์ตบนกำแพง

บรรยากาศภายในซอยดูค่อนข้างเล็กแต่เมื่อมีภาพสตรีทอาร์ต
ก็ทำให้พื้นที่ในซอยดูมีสีสันและมีชีวิตชีวาขึ้นมา

ภาพสตรีทอาร์ตมีอยู่มากมายให้ได้ชมกัน
ซึ่งจะมีภาพที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของชาวเมืองดานังให้ได้ชมด้วย

ภาพผู้คนพายเรือกระด้งออกหาปลา
ถือว่าเป็นภาพวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเมืองดานัง

เรือประมงเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของเมืองดานัง
เพราะที่ดานังเป็นเมืองที่อยู่ติดกับท้องทะเล

ผู้ที่สนใจสามารถมาชมภาพสตรีทอาร์ตกันได้ตลอดเวลา
และเข้าชมกันฟรีไม่เสียค่าเข้าชม


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
2 กุมภาพันธ์ 2567

วันเสาร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2567

 

EP.134 สำรวจบรรยากาศย่านมากาติ


ชาวฟิลิปปินส์มักจะมีความภาคภูมิใจที่พร้อมจะนำเสนอต่อชาวโลกอยู่หลายเรื่อง แต่ถ้าเป็นจุดขายเด่นๆที่บรรดาชาวฟิลิปปินส์พร้อมจะโปรโมทก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของนางงาม รวมถึงเรื่องความโดดเด่นในทักษะการพูดภาษาอังกฤษ ความเก่งกาจในกีฬาบาสเกตบอลและอีกหนึ่งประเด็นหลักที่ชาวฟิลิปปินส์ภาคภูมิใจกันเป็นอย่างมากก็คือ ย่านมากาติ ซึ่งเป็นพื้นที่โซนนึงซึ่งตั้งอยู่ในกรุงมะนิลาเมืองหลวงประเทศ

ย่านมากาติ ถ้าพูดให้เห็นภาพง่ายๆก็คือ ย่านเศรษฐกิจและย่านธุรกิจที่สำคัญของกรุงมะนิลา ถ้าให้เปรียบเทียบกับกรุงเทพมหานครบ้านเราก็คงจะเป็นประมาณย่านสีลม โดยพื้นที่ย่านมากาติจากที่ผมได้ลงสำรวจพื้นที่ด้วยตนเองก็พบว่าเป็นจุดที่จะเต็มไปด้วยตึกอาคารต่างๆมากมายซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของธุรกิจและสถาบันการเงิน นอกจากนั้นก็จะมีทั้งโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ร้านอาหารระดับหรูตั้งเรียงรายกันให้เห็น

ส่วนจุดของทางเดินเท้าก็มีความเป็นระเบียบสวยงาม โดยที่ไม่มีรถเข็นขายของมาตั้งให้เกะกะไม่มีมอเตอร์ไซค์มาวิ่งบนทางเท้า ทำให้คนเดินเท้าสามารถเดินได้แบบสะดวกสบายส่วนการข้ามถนนของบริเวณย่านมากาติก็จะมีการใช้อุโมงค์ทางคนเดินลอดแทนการสร้างสะพานลอยหรือจุดของทางม้าลายซึ่งเป็นการลดการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนการจราจรบนย่านมากาติก็ถือว่าไม่ได้แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆในมะนิลามากนัก เพราะมีรถยนต์สัญจรผ่านเป็นจำนวนมากและมีปัญหารถติด แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือพวกรถสองแถวโดยสารอย่าง จี๊บนีย์ มีให้เห็นกันค่อนข้างน้อย

โดยผมใช้เวลาในการเดินสำรวจย่านมากาติราวๆ 2 ชั่วโมงซึ่งผมเองก็ไม่แปลกใจว่าทำไมคนฟิลิปปินส์ถึงภูมิใจกับ ย่านมากาติ กันนักหนา เพราะด้วยพื้นที่และบรรยากาศที่ดูหรูหราทันสมัยซึ่งถ้ามองเผินๆก็เหมือนกับว่ากำลังเดินอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ชาวฟิลิปปินส์พร้อมใจที่จะนำเสนอพื้นที่ย่านมากาติออกสู่สายตาชาวโลก แม้ว่าตามข้อเท็จจริงแล้วพื้นที่ย่านมากาติก็เป็นเพียงแค่พื้นที่โซนเดียวของกรุงมะนิลาที่ดูเจริญและเป็นระเบียบสวยงามซึ่งแตกต่างจากพื้นที่โซนอื่นๆซึ่งยังคงมีปัญหาอยู่อย่างมากมาย


ย่านมากาติ เปรียบได้ดั่งตู้โชว์ของกรุงมะนิลา
ซึ่งชาวฟิลิปปินส์มีความภาคภูมิใจกับพื้นที่โซนนี้กันเป็นอย่างมาก

พื้นที่ย่านมากาติจะดูเป็นระเบียบสวยงาม
โดยจะเป็นที่ตั้งของตึกอาคารและสำนักงานต่างๆมากมาย

จุดของทางเท้าจะมีความสวยงามและเป็นระเบียบ
โดยไม่มีมอเตอร์ไซค์มาวิ่งหรือแม่ค้านำรถเข็นมาตั้งให้เกะกะ

ป้ายบอกพิกัดและสถานที่ต่างๆในพื้นที่ย่านมากาติ

อุโมงค์ทางคนเดินลอดเป็นจุดที่ผู้คน
ใช้ข้ามถนนในพื้นที่ย่านมากาติ

เมื่อมีอุโมงค์ทางคนเดินลอดก็ไม่จำเป็นต้องมีสะพานลอย
หรือแม้กระทั่งทางม้าลาย

ลานสาธารณะย่านมากาติจะเป็นจุดที่ผู้คนมักจะมานั่งพักผ่อน
ซึ่งมีทั้งพนักงานบริษัทรวมถึงประชาชนทั่วไป

รถสองแถวจี๊บนีย์มีให้เห็นน้อยลงในย่านมากาติ
และจะเห็นพวกรถหรูจากต่างประเทศได้มากขึ้น


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
27 มกราคม 2567

วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2567

 

EP.133 ท่าเรือเมืองห้วยทราย


เมืองห้วยทรายเป็นเมืองเอกของแขวงบ่อแก้วซึ่งตั้งอยู่ทางโซนตอนเหนือของประเทศลาว ผมเพิ่งมีโอกาสได้แวะไปพักที่เมืองห้วยทรายเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมานี้เอง โดยผมได้พักที่ห้วยทราย 2 คืนก่อนที่จะเดินทางเพื่อไปยังประเทศเวียดนามซึ่งขณะที่พักในเมืองห้วยทราย ผมก็ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรมากเพราะเอาจริงๆแล้วตัวเมืองห้วยทรายก็ไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวหรือกิจกรรมอะไรให้ทำมากนัก ดังนั้นช่วงเวลาที่อยู่ในห้วยทรายผมจึงตัดสินใจที่จะเดินสำรวจเมืองเสียมากกว่า

สำหรับในตัวเมืองห้วยทรายก็จะมีที่พักอยู่มากมายทั้งแนวโฮสเทลหรือแม้กระทั่งเกสต์เฮาส์ โดยที่เมืองห้วยทรายมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาพักกันเยอะ เนื่องจากว่าห้วยทรายตั้งอยู่คนละฝั่งแม่น้ำกับอำเภอเชียงของในจังหวัดเชียงรายนั่นจึงทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะมาแวะพักสัก 1-2 คืนก่อนที่จะเดินทางข้ามไปเที่ยวต่อในประเทศไทยซึ่งการเดินทางยอดนิยมระหว่างฝั่งห้วยทรายกับฝั่งเชียงของก็คงหนีไม่พ้นการนั่งเรือโดยสารข้ามฟากแม่น้ำโขง

สำหรับจุดของเรือข้ามฟากจะมีให้บริการอยู่บริเวณท่าเรือของเมืองห้วยทราย โดยที่บริเวณจุดนี้จะมีความคึกคักในทุกๆวันเนื่องจากมีผู้ที่เดินทางไปมาระหว่างฝั่งห้วยทรายกับฝั่งเชียงของกันอยู่ตลอดและการนั่งเรือข้ามฟากแม่น้ำโขงก็ใช้เวลาไม่นานนัก โดยคนลาวฝั่งห้วยทรายส่วนใหญ่มักจะนิยมข้ามไปซื้อสินค้าจากฝั่งไทยแล้วนำกลับมาขายยังฝั่งลาว

ส่วนในรายของบรรดาของนักท่องเที่ยวที่เป็นสายแบกเป้เที่ยวก็นิยมการเดินทางด้วยวิธีนี้เช่นกัน โดยนอกจากที่จะมีเรือข้ามฟากระหว่างฝั่งห้วยทรายกับฝั่งเชียงของแล้วก็ยังมีเรือโดยสารที่ให้บริการไปยังเมืองหลวงพระบางซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกและเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของลาว โดยเรือที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดก็คือประเภทเรือช้าที่จะให้บริการล่องเรือจากห้วยทรายก่อนที่จะไปพักค้างคืนที่ปากแบ่ง 1 คืนก่อนที่จะไปถึงจุดหมายปลายทางที่หลวงพระบาง 


ท่าเรือเมืองห้วยทรายเป็นจุดสัญจรที่สำคัญ
โดยมีเรือให้บริการข้ามฟากระหว่างฝั่งลาวและฝั่งไทย

ป้ายสำหรับขายตั๋วโดยสารสำหรับเรือข้ามฟากแม่น้ำโขง
เส้นทางจากห้วยทรายฝั่งลาวไปยังเชียงของในฝั่งไทย

จุดให้บริการรับฝากรถยนต์ซึ่งในแต่ละวัน
จะมีคนลาวมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

ผมไม่ได้ใช้บริการจึงไม่ทราบราคาค่าโดยสาร

เรือช้า เป็นเรือที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมเป็นอย่างมาก
โดยมีจุดหมายปลายทางก็คือ หลวงพระบาง

บริเวณรอบๆท่าเรือก็จะมีรถรับจ้างจอดให้บริการ

นอกจากนั้นก็จะมีทั้งโรงแรมที่พักรวมไปถึงร้านอาหาร
เพราะท่าเรือเมืองห้วยทรายเป็นจุดสัญจรยอดนิยม


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
19 มกราคม 2567

วันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2567

 

EP.132 การทำบุญริมแม่น้ำจตุมุข


ปีใหม่ 2567 หรือ 2024 ก็ผ่านพ้นกันมาได้หลายวันแล้วนะครับ ท่านผู้อ่านหลายๆท่านก็คงถือโอกาสได้ไปทำบุญไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตและเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีตั้งแต่ช่วงเปิดศักราชใหม่ ส่วนผมช่วงหลังๆไม่ค่อยได้ทำบุญเข้าวัดมากนักแต่จะเน้นการบริจาคให้แก่องค์กรการกุศลหรือทำบุญกับคนด้อยโอกาสเสียมากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็ตามเรื่องการเข้าวัดทำบุญก็ยังคงเป็นวิธีการทำบุญยอดนิยมของบรรดาชาวไทยและชาวพุทธอยู่เช่นเดิม

สำหรับในประเทศกัมพูชาก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธซึ่งวิธีการทำบุญของชาวเขมรก็ดูไม่แตกต่างจากการทำบุญของคนไทยเท่าไหร่ โดยในกรุงพนมเปญเมืองหลวงของกัมพูชาก็มีจุดให้ทำบุญอยู่อย่างมากมายโดยหนึ่งในนั้นก็คือบริเวณริมแม่น้ำจตุมุขซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแลนด์มาร์กของกรุงพนมเปญซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้คนมานั่งพักผ่อนเดินผ่านสัญจรกันบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก

จุดของริมแม่น้ำจตุมุขนอกจากจะเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญแล้วยังมีจุดไว้สำหรับการทำบุญอีกด้วย โดยลักษณะจะดูเหมือนโบสถ์ขนาดเล็กที่ภายในจะประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บรรดาชาวเขมรให้ความเคารพนับถือซึ่งบริเวณรอบๆโบสถ์จะมีวงปี่พาทย์ของทางเขมรคอยบรรเลงเพลง นอกจากนั้นก็จะมีแม่ค้าขายของที่ใช้ในการกราบไหว้ไม่ว่าจะป็นดอกไม้ ธูปเทียนบูชาต่างๆและถ้ามองไปยังฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นจุดของพระบรมมหาราชวังของกรุงพนมเปญซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้คนชาวเขมรจำนวนมากแวะเวียนมากราบไหว้ทำบุญกันอยู่ตลอด


โบสถ์เล็กๆใกล้กับแม่น้ำจตุมุขเป็นจุดที่จะมีชาวเขมร
แวะเวียนมาทำบุญกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์กันอยู่ตลอด

ภายในโบสถ์จะมีการประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ตามความเชื่อของชาวเขมร

ศาลาริมแม่น้ำจตุมุขเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ผู้คน
มักจะแวะมาถ่ายรูปกันโดยเฉพาะในช่วงเวลายามค่ำคืน

วงดนตรีปี่พาทย์ของเขมรกำลังบรรเลงดนตรี
โดยเท่าที่ผมเห็นจะมีแสดงเฉพาะในช่วงเวลากลางวัน

ในแต่ละวันจะมีผู้คนมาทำบุญเป็นจำนวนมาก
ส่วนรอบๆโบสถ์ก็จะมีแม่ค้านำดอกไม้ธูปเทียนมาจำหน่าย

แม่ค้าบางรายก็มีการนำกรงนกมาวางเอาไว้
ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้คนได้มาทำบุญด้วยการปล่อยนกออกจากกรง

บรรยากาศริมแม่น้ำจตุมุขในกรุงพนมเปญถือว่าคึกคัก
เพราะในทุกๆวันจะมีผู้คนมาทำบุญและนั่งพักผ่อนกันพอสมควร


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
11 มกราคม 2567

วันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567

 

EP.131 สวัสดีปีใหม่ 2567


สวัสดีปีใหม่ครับท่านผู้อ่านทุกๆท่าน ในเมื่อวันเวลาบนปฏิทินเดินทางมาถึงวันที่ 1 มกราคมสิ่งที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัตินั่นก็คือการกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่ สำหรับปีใหม่นี้ก็ตรงกับช่วงปีพุทธศักราช 2567 หรือถ้าเป็นปีแบบสากลก็คือปี 2024 โดยปีนักษัตรในปีนี้ก็ตรงกับปีมังกรซึ่งเป็นสัตว์ในตำนานของชาวจีนและได้รับการเคารพจากชาวจีนเป็นอย่างมาก

การเริ่มต้อนรับศักราชใหม่ก็เหมือนกับการได้เริ่มตั้งเป้าหมายว่าจะทำสิ่งใดให้บรรลุเป้าหมายในปีนี้ สำหรับผมแล้วเป้าหมายต่างๆไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก สิ่งที่ผมคาดหวังไว้ก็เพียงแต่การที่ได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงซึ่งจะเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดในชีวิตของมนุษย์ เพราะเมื่อคนเรามีสุขภาพที่ดีก็ย่อมสามารถไปทำสิ่งต่างๆที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ให้เกิดผลสำเร็จนั่นเอง

สำหรับในปี 2567 ผมยังคงเดินหน้าเดินทางท่องเที่ยวและเก็บเรื่องราวการเดินทางมากฝากท่านผู้อ่านและผู้ติดตามทุกท่านอยู่เช่นเดิมและผมวางเป้าหมายไว้ว่าจะต้องเที่ยวประเทศที่ยังไม่เคยไปเพิ่มให้ได้อีกอย่างน้อย 2 ประเทศ สุดท้ายนี้ผมก็ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านจงมีแต่ความสุขความเจริญและมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงไปตลอดไม่ว่าจะปีนี้หรือปีไหนๆก็ตามและขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่คอยติดตามสนับสนุนกันมาตลอด เพราะการสนับสนุนจากพวกท่านก็เปรียบเสมือนกำลังใจที่ดีเยี่ยมที่ทำให้ผมเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีวันท้อถอย ขอขอบคุณทุกๆการสนับสนุนจากทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
1 มกราคม 2567