วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

 

EP.76 ตลาดเบนถั่น


30 พฤศจิกายน 2561 คือวันแรกที่ผมได้ทำการอัพโหลดคลิปแรกลงในช่องยูทูปซึ่งถ้านับถึงเวลาปัจจุบันก็เป็นเวลาครบ 4 ปีพอดิบพอดี ซึ่งถึงแม้ยอดวิวและยอดผู้ติดตามจะไม่ได้มากมายอะไรแต่ผมก็รู้สึกสุขใจทุกครั้งที่ได้อัพคลิปลงในยูทูปซึ่งถ้าคลิปไหนมีประโยชน์ต่อผู้ชม ผมเองก็รู้สึกปลาบปลื้มใจซึ่งผมได้ตั้งปณิธานกับตนเองว่าจะทำคลิปลงช่องยูทูปไปตลอดจนกว่าจะสิ้นลมหายใจเช่นเดียวกับการเขียนบทความลงเพจและลงบล็อกแห่งนี้ ผมก็จะทำไปตลอดเรื่อยๆเช่นเดียวกันซึ่งก็กว่าจะถึงวันนี้ได้ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนติดตามและเป็นกำลังใจมาให้กันโดยตลอดครับ

เอาล่ะครับเกริ่นนอกเรื่องกันมาพอสมควรก็เข้าเข้าเนื้อเรื่องในบทความของวันนี้ซึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับสถานที่ท่องเที่ยวในต่างแดนซึ่งครั้งนี้ก็ขอนำเสนอเรื่องราวของ ตลาดเบนถั่น ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ตั้งอยู่ในกรุงโฮจิมินห์ของประเทศเวียดนาม โดยตลาดเบนถั่นสำหรับคนที่ไม่เคยไปอาจจะงงว่าบรรยากาศของสถานที่เป็นยังไงซึ่งผมก็ขอแนะนำให้พวกท่านนึกถึง ตลาดนัดสวนจตุจักร ซึ่งลักษณะของตลาดเบนถั่นและตลาดนัดสวนจตุจักรแทบจะไม่แตกต่างอะไรกันมาก เพราะเป็นตลาดขายสินค้าที่มีชื่อเสียงเหมือนกันและเป็นตลาดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะนิยมมาเดินเที่ยวกันพอสมควร

สำหรับตลาดเบนถั่นเมื่อได้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของกรุงโฮจิมินห์นั่นก็หมายความว่าในแต่ละวันจะเต็มไปด้วยผู้คนโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต่างมาเดินเลือกซื้อสินค้าที่มีอยู่อย่างมากมาย โดยร้านค้าต่างๆภายในตลาดเบนถั่นมีไม่ต่ำกว่า 6000 ร้าน สินค้าที่ขายกันก็มีหลากหลายครับทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของก๊อปทำเลียนแบบ นอกจากนั้นก็จะมีทั้งของแห้งรวมถึงพวกกาแฟชนิดต่างๆรวมไปถึงพวกบรรดาของที่ระลึกต่างๆอีกมากมายให้ได้เลือกซื้อกัน

นอกจากนั้นก็ยังมีโซนของร้านอาหารซึ่งมีขายทั้งอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ โดยหากใครเคยไปเดินที่นี่ก็จะพบกับบรรยากาศของพ่อค้าแม่ค้าที่พูดเชิญชวนให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าซึ่งส่วนใหญ่พวกเขาจะเน้นขายให้แก่ชาวต่างชาติซึ่งเมื่อเน้นลูกค้าจากต่างแดนก็แน่นอนครับว่าพวกเขาเหล่านี้ย่อมสามารถพูดได้หลายภาษาเพื่อเป็นการดึงดูดให้ลูกค้ามาซื้อของนั่นเอง แต่การจะซื้อของที่นี่นอกจากจะต้องพิจารณาในเรื่องของตัวสินค้าแล้วยังต้องรู้จักการต่อรองราคาให้ดี เพราะที่ตลาดเบนถั่นก็จะเหมือนตลาดอื่นๆทั่วโลกที่คนขายมักจะบอกราคาสินค้าในราคาที่ค่อนข้างสูง ถ้าหากเราไม่รู้จักการต่อรองราคารับรองเลยว่าถูกพ่อค้าแม่ค้าฟันราคาแบบหัวแบะอย่างแน่นอน


ตลาดเบนถั่น เป็นตลาดขายสินค้าสารพัดอย่าง
โดยตั้งอยู่ในกรุงโฮจิมินห์ของประเทศเวียดนาม

สินค้าในตลาดเบนถั่นมีหลากหลายอย่าง
โดยพวกพ่อค้าแม่ค้ามักจะเน้นขายของให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

กระเป๋าเดินทางมีให้เลือกสรรกันอย่างมากมาย
แต่ส่วนมากจะเป็นสินค้าเลียนแบบของแบรนด์เนม

โซนของร้านอาหารซึ่งจะเน้นขายอาหารท้องถิ่น
แต่ราคาก็จะขายแพงกว่าร้านอาหารทั่วไปที่อยู่ด้านนอก

ผมสั่งน้ำสัปปะรดปั่นมาดื่มแก้กระหาย
ซึ่งเห็นแก้วขนาดนี้ แต่ราคาก็แพงเอาเรื่องเหมือนกัน

บรรยากาศด้านนอกรอบๆตลาดเบนถั่นซึ่งในตอนกลางคืน
พื้นที่รอบนอกจะเต็มไปด้วยร้านขายของต่างๆมากมาย


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
30 พฤศจิกายน 2565

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

 

EP.75 ชายหาดเมืองหวุงเต่า


เมืองหวุงเต่า ถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวของเวียดนามมีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆก็คือ พวกบรรดาชายหาดซึ่งถึงแม้ว่าชายหาดและท้องทะเลของเวียดนามจะสวยสู้ที่เมืองไทยบ้านเราไม่ได้ แต่ทะเลที่เมืองหวุงเต่ากลับได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวมากพอสมควร ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มักจะมาเที่ยวกันก็จะเป็นกลุ่มคนเวียดนาม โดยจะมาเที่ยวกันอย่างมากมายโดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

ผมเที่ยวที่หวุงเต่ามาแล้ว 2 ครั้งและทั้ง 2 ครั้งที่ได้ไปก็ไม่พลาดที่จะต้องไปเดินเล่นชมบรรยากาศบริเวณชายหาดซึ่งบรรยากาศที่ได้เห็นก็พบว่า พื้นที่ตรงชายหาดจะมีผู้คนท้องถิ่นออกมาเล่นน้ำทะเลกันเป็นจำนวนมากและมีกันทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะหนุ่มสาว เด็กโตและเด็กเล็กรวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ แต่แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เห็นเท่าไหร่นัก ส่วนบรรยากาศของชายหาดแม้ไม่สวยแบบเมืองไทย แต่ก็ไม่มีพวกเตียงผ้าใบมารุกล้ำพื้นที่ตรงชายหาดไม่มีมาเฟียมาคอยไล่ที่จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงมีผู้คนมาพักผ่อนกันอย่างมากมาย

ส่วนบริเวณใกล้ๆกับชายหาดก็จะเป็นพื้นที่ของสวนสาธารณะ ส่วนบริเวณที่ไม่มีคนเล่นน้ำก็จะเป็นจุดที่จะเห็นเรือประมงหลายลำจอดอย่างเรียงราย นอกจากนั้นก็จะมีพวกพ่อค้าแม่ค้าขายของทั้งพวกห่วงยางเล่นน้ำหรือบรรดาของกินต่างๆและอีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างไปจากเมืองไทยก็คือ การอาบน้ำจืด โดยที่หวุงเต่าเขาจะมีจุดอาบน้ำจืดตั้งบริการให้แก่นักท่องเที่ยวอยู่ตรงริมชายหาดและใช้บริการกันฟรีซึ่งแตกต่างจากที่เมืองไทยที่จะต้องเสียเงินในการอาบน้ำจืดประมาณ 10-20 บาท


ชายหาดเมืองหวุงเต่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
ในแต่ละวันจะมีผู้คนมาเล่นน้ำและพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก

ชายหาดของเมืองหวุงเต่าไม่ได้สวยงามเหมือนที่เมืองไทย
แต่ได้รับความนิยมจากคนเวียดนามไม่น้อย

บรรดาแม่ค้านำอุปกรณ์เกี่ยวกับการเล่นน้ำมาขาย
ซึ่งก็จะเป็นพวกบรรดาห่วงยาง

ชายหาดที่หวุงเต่าจะมีจุดอาบน้ำจืดให้บริการกันฟรี
ซึ่งแตกต่างจากที่เมืองไทยที่จะต้องเสียเงิน

ใกล้ๆกับบริเวณชายหาดจะเป็นพื้นที่ของสวนสาธารณะ

ช่วงเย็นๆจะเห็นผู้คนทุกเพศทุกวัยมาเดินเล่นพักผ่อน
รวมถึงเล่นน้ำบริเวณชายหาดกันเป็นจำนวนมาก

จุดที่ไม่มีผู้คนเล่นน้ำก็จะเป็นจุดที่เรือประมงหลายลำ
จะมาจอดกันซึ่งส่วนใหญ่ก็คือเรือของชาวบ้านที่จะมาหาปลา


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
24 พฤศจิกายน 2565

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

 

EP.74 ตลาดอาหารทะเลเมืองห่าเทียน


ตลาดเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชุมชนเมืองซึ่งในแต่ละเมืองก็มักจะมีพวกตลาดสดต่างๆเพื่อเป็นสถานที่ให้ผู้คนในท้องถิ่นได้มาเดินซื้อสินค้าต่างๆ สำหรับในมุมนักเดินทางอย่างผมแน่นอนครับว่า ตลาดสดคือสถานที่ที่จะทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นนั้นแบบจริงๆจังๆซึ่งตรงกับเป้าหมายในการเดินทางของผมซึ่งชอบที่จะได้ไปเห็นวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่นเพื่อซึมซับบรรยากาศแล้วนำมาบอกเล่าในรูปแบบของคลิปวีดีโอรวมถึงงานเขียนทั้งในเพจเฟซบุ๊คและในบล็อกแห่งนี้

ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่เมืองห่าเทียนของประเทศเวียดนามและก็เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติในการเดินทางทุกครั้งที่ผมจะต้องหาโอกาสแวะไปชมตลาดประจำเมือง ซึ่งในเมืองห่าเทียนนั้นจะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามโดยตั้งอยู่ในพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงและเป็นเมืองที่มีพื้นที่มีแม่น้ำไหลผ่าน ทำให้ชาวบ้านท้องถิ่นหลายคนยึดอาชีพทั้งเป็นชาวประมงรวมถึงอาชีพค้าขายสินค้าที่เกี่ยวกับของทะเลต่างๆ

สำหรับตลาดของเมืองห่าเทียนนั้นจะมีทั้งในส่วนของตลาดสดที่ขายของทั่วๆไปทั้งเนื้อสัตว์ ผักผลไม้และสินค้าอื่นๆกับอีกจุดนึงที่ตั้งอยู่ติดกันก็จะเป็น ตลาดขายอาหารทะเล ซึ่งจะมีของทะเลหลากหลายมาวางจำหน่ายทั้ง ปลา ปลาหมึก กุ้ง กั้ง หอย ปู โดยจะมีที่ขายกันในอาคารและที่วางขายแบบแบกะดินตามข้างทาง โดยที่ตลาดอาหารทะเลของที่เมืองห่าเทียนจะตั้งอยู่บริเวณโซนริมแม่น้ำโดยจะขายกันตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงช่วงบ่าย ส่วนบรรยากาศก็ดูคึกคักดีเพราะจะมีผู้คนท้องถิ่นแวะเวียนมาซื้อสินค้าอาหารทะเลกันอยู่เรื่อยๆตลอดทั้งวัน


ตลาดขายอาหารทะเลของเมืองห่าเทียน
ตั้งอยู่บริเวณโซนริมแม่น้ำ

สินค้าที่ขายกันก็มีทั้งปลา ปลาหมึก กุ้ง กั้ง หอย ปู
และของทะเลอื่นๆอีกมากมาย

พ่อค้าแม่ค้านำของทะเลมาวางขาย
โดยจะขายกันตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงช่วงบ่าย

พ่อค้าแม่ค้านำของทะเลมาวางขายกันทั้ง 2 ข้างทาง

ใกล้ๆกันจะเป็นตลาดสดที่ขายสินค้าทั่วไป
ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผักผลไม้

ตลาดสดของเมืองห่าเทียน เดินหาไม่ยาก
เพราะอยู่โซนใจกลางเมืองซึ่งใกล้ๆกันก็จะมีโรงแรมที่พักมากมาย

บริเวณแม่น้ำจะเห็นภาพของชาวประมงล่องเรือหาปลา
โดยฝั่งตรงข้ามจะมีเรือหลายลำจอดอยู่
ซึ่งจะเป็นเรือที่จะเดินทางไปยังเกาะฟูโกว๊ก


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
20 พฤศจิกายน 2565

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

 

EP.73 นั่งรถไฟกัมพูชา


ขอสารภาพแบบตรงๆเลยว่า ผมเป็นคนที่ชอบการเดินทางด้วยรถไฟเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะเริ่มมานั่งรถไฟครั้งแรกก็ตอนอายุ 20 ขึ้นไปแล้ว แต่มนต์เสน่ห์ของรถไฟทำให้ผมหลงรักมาจนถึงปัจจุบัน สาเหตุก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากเกินไปกว่าว่า เสน่ห์ของการนั่งรถไฟทำให้ได้เห็นวิวบรรยากาศจากข้างทางกันได้แบบเพลินๆแถมรถไฟไทยบ้านเราบางขบวนก็ได้นั่งกันแบบสโลว์ไลฟ์กันสุดๆ เมื่อมีความชอบและหลงไหลทำให้ในช่วงหลังผมมักที่จะเลือกเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลักอยู่เสมอ

รถไฟไทยผมมีโอกาสได้นั่งมาแล้วหลายขบวน แต่เมื่อได้ไปยังต่างแดนก็คิดว่าจะหาทางนั่งรถไฟของแต่ละประเทศเพื่อสัมผัสถึงเสน่ห์ของการนั่งรถไฟในต่างประเทศเสียบ้าง เมื่อผมได้ไปที่กัมพูชาก็ไม่พลาดครับที่จะนั่งขบวนรถไฟของกัมพูชาซึ่งแม้จะมีเส้นทางการเดินรถไม่เยอะเหมือนบ้านเรา แต่รถไฟของกัมพูชาก็มีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำไม่น้อย เอาแค่บรรยากาศบนรถไฟก็ดูแปลกตาดีเพราะมีการนำเอาแอร์บ้านมาติดตั้งขบวน ส่วนที่นั่งก็เป็นแบบเบาะยาวที่ผู้โดยสารจาก 2 ฝั่งจะหันหน้าเข้าหากัน

ขณะที่เส้นทางที่ผมเลือกเดินทางกับขบวนรถไฟกัมพูชาก็คือ เส้นทางจากพนมเปญไปยังสถานีในเมืองกำปอดซึ่งใช้เวลาเดินทางร่วมๆ 4 ชั่วโมงกว่าซึ่งก็มาเสียเวลาเปลี่ยนขบวนรถไฟตรงสถานีแกบ ส่วนอัตราค่าโดยสารของขบวนรถไฟกัมพูชาจะอยู่ที่ 9 ดอลล่าร์หรือประมาณ 330 บาทซึ่งบรรยากาศที่รถไฟวิ่งผ่าน ผมว่าไม่ต่างจากบ้านเราซึ่งจะผ่านพื้นที่ทั้งโซนชานเมือง โซนชนบทที่เห็นบรรยากาศท้องทุ่งนารวมถึงแวะจอดรับส่งผู้โดยสารที่สถานีประจำเมืองอย่างเช่น สถานีตาแก้วและสถานีแกบก่อนจะไปสิ้นสุดจุดหมายปลายทางที่สถานีกำปอด


รถไฟกัมพูชา มีเส้นทางเดินรถไม่เยอะเท่าเมืองไทย
แต่ขบวนรถไฟดูมีเอกลักษณ์อยู่ไม่น้อย

ผู้โดยสารมานั่งรอขึ้นรถไฟกันตั้งแต่เช้า
เพราะรถไฟออกตอน 7 โมงเช้าทั้งเส้นทางกำปอดและพระตะบอง

ขบวนรถไฟของกัมพูชาจะใช้แอร์บ้านมาติดตั้งบนขบวน
และที่นั่งจะเป็นแถวยาวที่ผู้โดยสารจะหันหน้าเข้าหากัน

รถไฟวิ่งมาได้สักพักก็จะผ่านบรรยากาศแถบชานเมือง
ซึ่งดูแล้วชวนให้นึกถึงรถไฟช่วงวงเวียนใหญ่ - มหาชัย

รถไฟวิ่งมาได้เกือบชั่วโมงก็จะเข้าสู่พื้นที่โซนชนบท
ซึ่งบรรยากาศส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกท้องทุ่งนา

สถานีตาแก้ว เป็นหนึ่งในจุดที่รถไฟจะแวะจอด
เพื่อรับส่งผู้โดยสาร โดยอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญ 2 ชั่วโมง

ห้องน้ำบนขบวนรถไฟค่อนข้างดูดีเลยทีเดียว
ซึ่งจากที่ผมสังเกตุนี่น่าจะเป็นรถไฟชั้น 2 ของกัมพูชา

วิวสวยๆระหว่างทางที่รถไฟวิ่งผ่าน

รถไฟมาเปลี่ยนขบวนที่สถานีแกบ ซึ่งภาพรถไฟขบวนนี้ก็คือ
ขบวนรถไฟที่ทางไทยส่งมอบให้กับทางกัมพูชา

จากสถานีพนมเปญมาที่สถานีกำปอดใช้เวลา 4 ชั่วโมงกว่า
ซึ่งถ้าไม่เปลี่ยนขบวนก็จะใช้เวลาในการเดินทางน้อยกว่านั้น


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
14 พฤศจิกายน 2565

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2565

 

EP.72 ห้างสรรพสินค้า AEON MALL


ห้างสรรพสินค้า คือ สถานที่ที่รวบรวมสินค้าหลากหลายชนิดรวมทั้งยังมีจุดของศูนย์อาหารและพวกร้านอาหารต่างๆมากมายซึ่งในทุกวันวันหยุดหรือช่วงวันว่างก็จะเห็นภาพของผู้คนออกมาเดินซื้อของภายในห้างสรรพสินค้า บางรายอาจจะเอาแค่ได้เดินตากแอร์เย็นๆในช่วงวันหยุด ซึ่งภาพบรรยากาศเหล่านี้ก็เป็นภาพที่จะได้เห็นกันจนชินตาในทุกๆประเทศทั่วโลกซึ่งในประเทศกัมพูชาก็ไม่แตกต่างจากที่อื่นๆที่พอถึงช่วงเย็นหรือช่วงวันหยุดก็จะมีผู้คนมาเดินที่ห้างสรรพสินค้ากันเป็นจำนวนมาก

ห้างสรรพสินค้าที่กัมพูชาส่วนใหญ่มักจะตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญซึ่งเป็นเมืองหลวง โดยห้างที่ใหญ่ที่สุดของประเทศกัมพูชาก็คือ ห้าง AEON MALL ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้มีการขยายสาขาไปยังประเทศต่างๆ โดยเวลาที่ผมไปเที่ยวที่กรุงพนมเปญผมก็มักจะแวะที่ห้าง AEON MALL ทุกครั้งซึ่งจากการได้เห็นบรรยากาศภายในห้างก็ต้องยอมรับว่า ห้าง AEON MALL ค่อนข้างได้รับความนิยมจากชาวกัมพูชาอยู่พอสมควร เพราะมักจะมีผู้คนมาเดินภายในห้างกันอยู่แทบตลอดทั้งวัน

ส่วนบรรยากาศภายในห้างก็ถือว่ามีความทันสมัยมีโซนของโรงภาพยนตร์จะตั้งอยู่ชั้นบนสุด โซนของศูนย์อาหารจะตั้งอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าออก โซนของร้านอาหารก็จะมีร้านอาหารจากต่างประเทศมาเปิดสาขาที่นี่กันพอสมควรและพวกบรรดาร้านค้าแบรนด์เนมต่างๆจากต่างประเทศก็มาเปิดให้บริการที่แห่งนี้มากมายหลายร้าน ผมเดินสำรวจจนทั่วก็พบว่าห้าง AEON MALL กลายเป็นสถานที่พักผ่อนของชาวกัมพูชาโดยเฉพาะในวันหยุดจะมีผู้คนมากเป็นพิเศษดูแล้วก็อาจไม่ต่างจากเมืองไทยบ้านเราและอีกหลายๆประเทศที่ผู้คนที่พอมีเงินจับจ่ายก็มักจะใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์มาเดินที่ห้างสรรพสินค้า


ห้าง AEON MALL คือห้างสรรพสินค้าสัญชาติญี่ปุ่น
และเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดของประเทศกัมพูชา

ด้วยความที่เป็นห้างใหญ่และทันสมัย
ทำให้จะมีพวกร้านค้าแบรนด์เนมของต่างประเทศ
มาเปิดขายกันอย่างมากมาย

ร้านค้าแบรนด์เนมต่างๆเท่าที่ผมเห็นจะเป็นพวกร้านเสื้อผ้า
โดยมีแบรนด์ดังอย่าง H&M Giordarno รวมถึง Adidas

โซนขายพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มักจะมี
พวกคนท้องถิ่นชาวกัมพูชามาดูและเลือกซื้อกันพอสมควร

โซนของร้านอาหารจะตั้งเรียงตลอดแนวยาว
โดยมีร้านอาหารจากต่างประเทศมาเปิดสาขากันอย่างมากมาย

ร้านฟาสฟู้ดชื่อดังอย่าง เบอร์เกอร์คิง ก็มาเปิดสาขาที่นี่เช่นกัน

โรงภาพยนตร์ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของห้าง

เกมโซนจะตั้งอยู่ไม่ห่างจากโรงภาพยนตร์
โซนนี้จะได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่น

พื้นที่บริเวณหน้าห้าง AEON MALL
ซึ่งทุกๆวันหยุดจะมีผู้คนมาเดินกันเป็นจำนวนมาก


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
30 ตุลาคม 2565

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565

 

EP.71 จุดพักรถจังหวัดกำปงธม


เมื่อออกเดินทางสิ่งที่ควรมีตลอดนั่นคือ สติ ความพร้อมของร่างกายและสมรรถนะของยานพาหนะ ยิ่งต้องเดินทางในระยะทางไกลย่อมต้องมีความพร้อมมากเป็นพิเศษ ผมเป็นคนหนึ่งที่ตั้งแต่มาเป็นยูทูปเบอร์และบล็อกเกอร์ก็ต้องออกเดินทางอยู่แทบตลอดไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทั้งในประเทศหรือว่าต่างประเทศ โดยการเดินทางแต่ละครั้งก็มีทั้งเดินทางในระยะใกล้ๆรวมไปถึงการเดินทางในระยะไกล โดยยานพาหนะที่ผมได้โดยสารไปก็มีหลากรูปแบบทั้งรถยนต์ เรือ รถไฟ มอเตอร์ไซค์รวมไปถึงเครื่องบิน

ผมเดินทางส่วนมากก็เป็นการนั่งรถยนต์เป็นหลักโดยส่วนใหญ่จะเป็นพวกรถบัสไม่ก็รถตู้ โดยในช่วงกลางเดือนกันยายนผมมีโอกาสได้ไปที่กัมพูชาโดยนั่งรถตู้โดยสารจากเสียมเรียบไปที่พนมเปญซึ่งจะใช้เวลาเดินทางราวๆ 6 ชั่วโมงซึ่งก็ไม่ได้เป็นการเดินทางในระยะที่ไกลมากเท่าไหร่ แต่เนื่องจากผมเดินทางในช่วงกลางวันทำให้รถตู้ที่ผมนั่งไปได้มีการแวะจอดที่จุดพักรถซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดกำปงธมซึ่งก็เป็นหนึ่งในเส้นทางที่รถจะต้องวิ่งผ่านทุกครั้งหากเดินทางจากเสียมเรียบไปที่กรุงพนมเปญ

โดยรถตู้ที่ผมนั่งไปนั้นส่วนมากผู้โดยสารเป็นคนกัมพูชานั่นจึงทำให้รถตู้จอดที่จุดพักรถที่เป็นสไตล์ร้านแบบคนท้องถิ่น ซึ่งบรรยากาศในร้านก็ดูเป็นสไตล์ท้องถิ่น อาหารก็มีลักษณะเป็นข้าวราดแกงไม่ต่างจากเมืองไทย นอกจากนั้นก็ยังมีจุดของห้องน้ำรวมไปถึงร้านคาเฟ่แบบเล็กๆที่ให้บริการขายทั้งกาแฟและชาซึ่งถึงแม้ว่าบรรยากาศของจุดพักรถจะไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่เท่าที่ผมสังเกตุเห็นก็คือมีรถยนต์แวะมาเรื่อยๆโดยส่วนมากจะเป็นคนเขมรท้องถิ่นซึ่งบรรยากาศแบบท้องถิ่นดูโลคอลแบบนี้แหละที่ผมชื่นชอบ สุดท้ายผมจึงไม่พลาดที่จะหยิบกล้องออกมาถ่ายรูปบรรยากาศของจุดพักรถในจังหวัดกำปงธมแบบเพลิดเพลิน


จุดพักรถจังหวัดกำปงธมซึ่งตั้งอยู่ในเส้นทาง
ระหว่างที่รถจะวิ่งจากเสียมเรียบไปที่พนมเปญ

บรรยากาศของจุดพักรถดูเป็นสไตล์แบบท้องถิ่น
ซึ่งผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวเขมร

รถตู้ที่ผมนั่งโดยสารมาซึ่งผู้โดยสารเกือบทั้งหมด
เป็นชาวกัมพูชาล้วนๆ

อาหารที่ขายก็จะเป็นพวกข้าวราดแกง
ดูแล้วเมนูต่างๆแทบไม่ต่างจากในเมืองไทย

ห้องน้ำของจุดพักรถในจังหวัดกำปงธม
ส่วนใกล้ๆกันก็คือ ร้านคาเฟ่ซึ่งขายพวกเมนูเครื่องดื่มต่างๆ

บรรยากาศบริเวณด้านหน้าของจุดพักรถ
ซึ่งฝั่งตรงข้ามกำลังมีการก่อสร้างปั๊มน้ำมัน


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
21 ตุลาคม 2565