วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

 

EP.197 สะพานรถไฟข้ามคลองชักพระ


วิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยมีความผูกพันกับแม่น้ำมาเป็นเวลานานโดยเฉพาะในเรื่องการการสัญจรซึ่งในอดีตมักจะใช้การเดินทางด้วยเรือเป็นหลัก ทำให้พวกแม่น้ำหรือสายน้ำมักจะเป็นจุดสัญจรยอดนิยมของคนในสมัยอดีต ส่วนในยุคปัจจุบันแม้ว่าแม่น้ำจะถูกลดความสำคัญในเรื่องการสัญจรลงไป แต่ประโยชน์ในด้านอื่นๆของแม่น้ำลำคลองก็ยังคงมีความสำคัญอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับการเดินทางด้วยเรือที่ล่องอยู่ในแม่น้ำในสมัยปัจจุบันก็ยังคงมีให้เห็นเช่นเดิม โดยหนึ่งจุดหลักของกรุงเทพมหานครที่มีการสัญจรทางแม่น้ำก็คือ ย่านตลิ่งชัน โดยเฉพาะในจุดของตลาดน้ำตลิ่งชัน เพราะที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอีกจุดหนึ่งของกรุงเทพฯโดยนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวก็มักจะมาซื้อของกินซึ่งมีขายอย่างมากมาย นอกจากนั้นยังมีจุดเด่นอีกจุดหนึ่งที่ดูสะดุดตาเป็นอย่างมากและนักท่องเที่ยวก็มักจะมาถ่ายรูปกันอย่างมากมายก็คือ สะพานรถไฟ

สำหรับสะพานรถไฟที่อยู่ติดกับตลาดน้ำตลิ่งชันเป็นสะพานที่มีไว้ให้รถไฟใช้สัญจรผ่านข้ามคลองชักพระซึ่งในทุกวันจะมีรถไฟหลายขบวนวิ่งบนสะพานแห่งนี้เพื่อข้ามคลองชักพระทั้งรถไฟที่ออกต่างจังหวัดรวมไปถึงรถไฟที่วิ่งกลับเข้าสู่สถานีธนบุรี โดยที่เมื่อใดรถไฟวิ่งผ่านโดยเฉพาะในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ตลาดน้ำเปิดขายของก็มักจะเห็นนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปหรือในช่วงที่ไม่มีรถไฟวิ่งผ่านก็จะมีผู้คนไปเดินบนสะพานรถไฟ บางคนก็ไปถ่ายรูปหรือบางคนก็ขึ้นไปชมวิวบรรยากาศของพระอาทิตย์ตกดินในช่วงเวลาเย็น


สะพานรถไฟข้ามคลองชักพระตั้งอยู่ติดกับตลาดน้ำตลิ่งชัน
และเป็นจุดที่ดึงดูดสายตาของผู้คนได้พอสมควร

ประโชน์ของสะพานแห่งนี้ก็คือเป็นจุดที่รถไฟ
จะใช้สัญจรเพื่อวิ่งข้ามคลองชักพระ

บนสะพานรถไฟข้ามคลองชักพระจะมีทางเดินเล็กๆ
เพื่อให้คนเดินเท้าได้ผ่านสัญจรไปมา

คลองชักพระเป็นคลองสายสำคัญในพื้นที่เขตตลิ่งชัน
ซึ่งในปัจจุบันยังมีภาพของเรือที่แล่นผ่านไปมาให้เห็นกัน

สะพานตรงถนนเลียบทางรถไฟตลิ่งชันตั้งอยู่คู่ขนานกับ
สะพานรถไฟ โดยเป็นจุดที่รถยนต์จะใช้สัญจรข้ามคลองชักพระ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
9 พฤษภาคม 2568

วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568

 

EP.196 ตลาดท้องถิ่นเมืองเปลกู


ผมไปเที่ยวเวียดนามแทบทุกปีซึ่งถ้านับตั้งแต่เป็นแบ็คแพคเกอร์มาตั้งแต่ปี 2017 ผมไม่ได้เที่ยวเวียดนามเพียงแค่ในช่วงยุคโควิดคือช่วงปี 2020 และ 2021 เท่านั้นซึ่งการที่ผมไปเวียดนามบ่อยๆนั่นก็เพราะว่าเวียดนามมีเสน่ห์ที่ทำให้ผมประทับใจจนต้องไปเยี่ยมเยือนในทุกๆปี โดยเสน่ห์ดังกล่าวก็คือ ความเป็นท้องถิ่น ซึ่งการจะไปค้นหาความเป็นท้องถิ่นดูบ้านๆก็คือการไปเดินเที่ยวชมตลาดนั่นเอง

สำหรับตลาดที่ผมไปเที่ยวชมในเวียดนาม ผมมักจะชอบไปในเมืองที่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวซึ่งถึงแม้ว่าในเมืองใหญ่อย่าง ฮานอย / โฮจิมินห์ซิตี้ ไปจนถึงดานังต่างก็มีตลาดไม่ต่างจากเมืองอื่นๆ แต่พวกตลาดในเมืองใหญ่มักจะเป็นตลาดที่เน้นขายสินค้าให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทำให้มนต์เสน่ห์ความเป็นท้องถิ่นหายไปแทบจะหมดสิ้น โดยตลาดท้องถิ่นที่จะเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านก็มักจะอยู่ในเมืองที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว

ผมได้ไปเที่ยวที่เมืองเปลกูซึ่งไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลักของเวียดนาม แม้ว่าจะอยู่พักเพียงแค่คืนเดียว แต่ผมก็ยังมีโอกาสได้ไปเดินดูตลาดท้องถิ่นของที่เมืองเปลกูมาเช่นกัน สำหรับตลาดเมืองเปลกูก็ดูไม่ต่างจากตลาดท้องถิ่นในที่อื่นๆของเวียดนาม สินค้าที่ขายก็มีหลากหลายทั้งพวกเนื้อสัตว์ ผักผลไม้ ของที่ใช้ประกอบอาหาร เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รวมไปถึงสินค้าจิปาถะอื่นๆ

ผมไปเดินเที่ยวชมตลาดเมืองเปลกูตอนช่วงสายๆก็ยังได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่นทั้งพ่อค้าแม่ค้าและกลุ่มลูกค้าซึ่งบรรยากาศการซื้อขายมีความคึกคักอย่างมาก นอกจากนั้นยังได้เห็นพวกเทศกิจที่มาทำการไล่พวกที่ขายของโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตซึ่งก็มีพ่อค้าแม่ค้ากลุ่มหนึ่งได้ทำการขนของเพื่อหนีกลุ่มเทศกิจ ส่วนบรรยากาศส่วนอื่นๆผมว่าก็ไม่ต่างจากตลาดท้องถิ่นของเมืองไทยเท่าไหร่นัก แต่เท่าที่ได้เห็นมาผมว่าพ่อค้าแม่ค้าของที่เมืองเปลกูดูจะมีความเป็นกันเอง แม้พวกเขาจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แต่เมื่อผมเดินถ่ายวีดีโอไปก็มักจะได้เห็นรอยยิ้มและการทักทายจากพวกเขาอยู่เสมอ


ผมได้ไปเดินเที่ยวชมตลาดท้องถิ่นเมืองเปลกู
เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ของที่ขายภายในตลาดมีขายกันหลายอย่าง

โซนขายพวกเนื้อสัตว์จะตั้งอยู่ภายในอาคาร

เป็ดและไก่เป็นๆถูกนำมาจำหน่ายขายให้แก่ลูกค้า
ซึ่งนี่เป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไปตามตลาดท้องถิ่นของเวียดนาม

ผมเดินดูบรรยากาศของตลาดเมืองเปลกูในหลายโซน
ซึ่งได้เห็นเสน่ห์ของความเป็นท้องถิ่นซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชื่นชอบ

ตลาดมีทั้งโซนที่ขายกันด้านนอกรวมถึงโซนที่ขายกัน
ในอาคารซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวกเสื้อผ้า


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
26 เมษายน 2568

วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2568

 

EP.195 สถานีรถไฟแม่กลอง


สถานีรถไฟในประเทศไทยมีอยู่หลากหลายสถานีครับไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ กทม.หรือสถานีรถไฟตามต่างจังหวัด แต่สถานีรถไฟที่มีเอกลักษณ์และมีจุดเด่นก็อาจจะมีเฉพาะพวกสถานีรถไฟใหญ่ๆหรือพวกสถานีรถไฟประจำจังหวัด สำหรับในจังหวัดสมุทรสงครามก็มีสถานีรถไฟประจำจังหวัดอยู่เช่นเดียวกันและถึงแม้ว่าทั้งจังหวัดสมุทรสงครามจะมีสถานีรถไฟอยู่แค่แห่งเดียว แต่สถานีรถไฟในจังหวัดสมุทรสงครามกลับเป็นสถานีที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

สำหรับสถานีรถไฟในจังหวัดสมุทรสงครามก็มีชื่อว่า สถานีรถไฟแม่กลอง โดยตั้งอยู่บนถนนเพชรสมุทรโดยที่ในปัจจุบันมีสถานะเป็นสถานีรถไฟชั้น 3 ซึ่งจากที่ผมได้ลงพื้นที่สำรวจก็พบว่าสถานีรถไฟแม่กลองไม่ได้มีความโดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมและตัวสถานีก็ไม่ได้มีการตกแต่งให้ดูสวยงาม แต่ถึงกระนั้นที่นี่กลายเป็นจุดที่มีผู้คนแวะมาในแต่ละวันค่อนข้างมาก เพราะสถานีรถไฟแม่กลองมีจุดขายซึ่งเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือน

สำหรับจุดขายของสถานีรถไฟแม่กลองก็คือ ตลาดร่มหุบ ซึ่งตั้งอยู่ติดกันโดยตลาดร่มหุบมีเอกลักษณ์เด่นซึ่งก็คือ การที่พ่อค้าแม่ค้าจะพร้อมใจกันหุบร่มและเก็บของเข้าด้านในเพื่อให้รถไฟสามารถวิ่งผ่านไปได้ซึ่งภาพที่พ่อค้าแม่ค้าหุบร่มก็เป็นที่มาของชื่อตลาดร่มหุบและกลายเป็นจุดขายที่ดึงดุดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้ได้มาเห็นกับตาตนเองซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้สถานีรถไฟแม่กลองจะมีนักท่องเที่ยวแวะมาเยีี่ยมเยือนกันในทุกๆวันโดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งมีมาทั้งแบบกรุ๊ปทัวร์รวมไปถึงมาเที่ยวกันเอง


สถานีรถไฟแม่กลองเป็นสถานีรถไฟประจำจังหวัดสมุทรสงคราม
โดยปัจจุบันมีสถานะเป็นสถานีรถไฟชั้น 3

นักท่องเที่ยวมักนิยมมาถ่ายรูปคู่กับรถไฟ
ซึ่งในทุกๆวันจะมีรถไฟวิ่งมาเข้าจอดอยู่ประมาณ 3 รอบ

จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานีรถไฟแม่กลอง

ตารางเดินของสถานีรถไฟแม่กลองซึ่งจะมีรถไฟวิ่ง
ไปถึงปลายทางที่สถานีรถไฟบ้านแหลมในจังหวัดสมุทรสาคร

ร้านอาหารบริเวณสถานีซึ่งราคาส่วนมากจะค่อนข้างแพง
เพราะเน้นขายในราคาชาวต่างชาติ

ตลาดร่มหุบตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟแม่กลอง
และเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเยือนกันอย่างมากมาย

ด้านหลังของสถานีจะเป็นจุดของแม่น้ำแม่กลอง


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
19 เมษายน 2568

วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2568

 

EP.194 บริษัทขนส่งวิรัก บุญธรรม


สวัสดีวันปีใหม่ไทยครับ ผมเอ่ยข้อความดังกล่าวนั่นก็เป็นการบ่งบอกว่าเทศกาลปีใหม่ของประเทศไทยอย่าง สงกรานต์ ได้กลับมาบรรจบครบวาระอีกครั้งหนึ่งซึ่งแม้ว่าในบทความนี้จะยังไม่ถึงเทศกาลสงกรานต์เลยซะทีเดียว แต่ในช่วงนี้ในบางพื้นที่ก็ได้มีการเล่นสาดน้ำและมีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับงานสงกรานต์กันเป็นที่เรียบร้อยซึ่งนอกจากการเล่นสาดน้ำ ทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มักจะเห็นได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั่นก็คือ การที่ผู้คนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือออกไปท่องเที่ยว

เมื่อพูดถึงบรรยากาศของการเดินทางก็ทำให้ผมได้นึกไปถึงช่วงที่ผมได้ไปที่ประเทศกัมพูชาซึ่งผมมักจะใช้บริการรถบัสโดยสารและก็จะเน้นนั่งรถของบริษัทวิรัก บุญธรรมซึ่งเป็นบริษัทเดินรถที่มีชื่อเสียงของทางกัมพูชา นอกจากนั้นยังได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้โดยสารทั้งชาวเขมรรวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยที่ผมได้มีโอกาสเดินทางด้วยรถบัสของบริษัทวิรัก บุญธรรมจากกรุงพนมเปญกลับมายังเมืองปอยเปตซึ่งผมก็ได้โอกาสถ่ายคลิปและภาพบรรยากาศของบริษัทวิรัก บุญธรรมในกรุงพนมเปญซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่

สำหรับบรรยากาศของบริษัทขนส่งวิรัก บุญธรรมในกรุงพนมเปญก็ถือว่าได้รับการปรับปรุงในรูปโฉมใหม่ให้ดูมีความทันสมัยและดูสะอาดกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เพราะในแต่ละวันจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการค่อนข้างมากซึ่งบรรยากาศด้านภายในจะมีทั้งจุดจำหน่ายตั๋วโดยสาร ศูนย์อาหาร ร้านสะดวกซื้อ จุดขนส่งและรับฝากพัสดุ ห้องรองรับผู้โดยสาร นอกจากนั้นก็ยังมีรถบัสวิ่งให้บริการกันตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งจะวิ่งไปในหลากหลายเส้นทางรวมทั้งยังมีรถบัสที่จะวิ่งข้ามประเทศซึ่งจะมีไปทั้งไทย ลาวรวมไปถึงเวียดนาม


จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารของบริษัทขนส่งวิรัก บุญธรรม
ซึ่งมีทั้งแบบตั๋วล่วงหน้าและตั๋วแบบรายวัน

ศูนย์อาหารภายในบริษัทขนส่งซึ่งเมนูก็จะมีพวก
อาหารตามสั่งรวมไปถึงพวกก๋วยเตี๋ยวและเมนูเส้นต่างๆ

ร้านสะดวกซื้อซึ่งมีสินค้าให้เลือกซื้อกันอย่างมากมาย
และเปิดให้บริการกันแทบจะตลอด 24 ชั่วโมง

ห้องรองรับผู้โดยสารซึ่งจะมีห้องปรับอากาศติดแอร์อยู่ 1 ห้อง

ข้อมูลตารางเดินรถซึ่งจะมีรถบัสเดินทางไปยัง
หลากหลายเส้นทางในประเทศกัมพูชา

รถบัสจอดรอรับผู้โดยสารที่จะเดินทางในช่วงค่ำคืน


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
11 เมษายน 2568

วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2568

 

EP.193 ท้องทุ่งนาเมืองคอนตูม


เมืองคอนตูมเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางที่ราบสูงตอนกลางในประเทศเวียดนามโดยเป็นเมืองหลักของจังหวัดคอนตูม สำหรับจังหวัดคอนตูมก็เป็นจังหวัดเดียวของเวียดนามที่มีพรมแดนติดกับประเทศลาวและประเทศกัมพูชา โดยผมได้ไปท่องเที่ยวในเมืองคอนตูมครั้งแรกเมื่อช่วงต้นปีในเดือนมกราคมที่ผ่านมานี่เองซึ่งผมอยู่พักในเมืองคอนตูมมากถึง 11 คืนซึ่งมากกว่าที่อื่นๆตั้งแต่ผมออกเดินทางท่องเที่ยวมาตลอด

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองคอนตูมจะเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ เพราะบรรยากาศและวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่มักจะผูกพันอยู่กับธรรมชาติและการทำเกษตรกรรมโดยวิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้คนในเมืองคอนตูมก็คือการทำเกษตรและส่วนมากก็จะยึดอาชีพชาวนาซึ่งในเมืองคอนตูมก็จะมีท้องนาให้เห็นกันอยู่มากมายซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แม้ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่วิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้คนที่นี่ก็ยังคงไว้เหมือนเดิม

ผมมีโอกาสปั่นจักรยานออกไปสำรวจเมืองคอนตูมซึ่งผมเน้นในการสำรวจวิถีชีวิตของผู้คนและแน่นอนว่าผมได้ไปพบเห็นกลุ่มผู้คนจำนวนหนึ่งซึ่งกำลังทำนากันอย่างขมักเขม้นซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของพวกเขาซึ่งผูกโยงกับการทำเกษตรกรรม ส่วนการทำนาของผู้คนที่นี่ก็ไม่แตกต่างจากการทำนาในเมืองไทยเท่าไหร่นัก โดยผมได้เก็บภาพบรรยากาศทั้งการทำนาของผู้คนรวมไปถึงภาพท้องทุ่งนาอันเขียวขจีและภาพของภูเขาด้านหลังซึ่งวิถีชีวิตเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เริ่มค่อยๆเลือนหายไปในยุคปัจจุบัน


ผมปั่นจักรยานไปชมท้องทุ่งนาเมืองคอนตูม
และได้เห็นผู้คนกลุ่มหนึ่งกำลังทำนากันอย่างขันแข็ง

ถนนหนทางที่ชาวบ้านใช้สัญจรผ่านท้องทุ่งนา

วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของผู้คนเมืองคอนตูมก็คือ การทำนา
นอกจากนั้นก็ยังมีการทำการเกษตรในด้านอื่นๆ

นอกจากจะเห็นวิวอันเขียวขจีของท้องนาแล้ว
ก็ยังมีวิวของภูเขาด้านหลังอันงดงามอีกด้วย


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
3 เมษายน 2568

วันเสาร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2568

 

EP.192 เนินต้นสนแห่งเมืองบวนมาถวต


การอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีผู้คนอยู่มากมายสิ่งที่จะต้องพบเจอและหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ความวุ่นวาย ความเร่งรีบและความจอแจซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่เมืองใหญ่หลายเมืองพยายามจะหาทางแก้ไขซึ่งการย้ายผู้คนออกจากเมืองมันคือเรื่องที่เป็นไปได้ยากโดยสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายมากที่สุดนั่นก็คือ การสร้างจุดพักผ่อนหย่อนใจและพื้นที่สีเขียวให้กับเมืองเพื่อให้เป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถมาพักผ่อนและหลีกหนีความวุ่นวายได้

ตอนผมไปเที่ยวที่เมืองบวนมาถวตในประเทศเวียดนามก็พบว่าที่นี่มีความวุ่นวายไม่ต่างจากเมืองใหญ่อื่นๆของเวียดนาม แม้ว่าบวนมาถวตอาจไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาติอื่นๆแต่ที่นี่ก็เป็นเมืองหลวงแห่งกาแฟของเวียดนามซึ่งถือว่ามีชื่อเสียงโด่งดังมากพอสมควร

ผมไปพักอยู่ที่บวนมาถวตอยู่ประมาณ 2 คืนโดยสิ่งที่ทำได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆก็คือการเดินเท้าเพื่อสำรวจเมืองและก็ได้ไปเจอสิ่งที่สะดุดตาซึ่งนั่นก็คือ เนินต้นสน ซึ่งจะมีต้นสนจำนวนมากตั้งเรียงรายเป็นทิวแถวดูสวยงาม แม้ว่าเนินต้นสนในเมืองบวนมาถวตจะไม่ได้ถูกจัดตกแต่งให้เป็นจุดท่องเที่ยว แต่ในปัจจุบันกลับกลายเป็นที่ถูกรู้จักในหมู่คนรุ่นใหม่เพราะที่นี่กลายเป็นจุดที่หนุ่มสาวชาวเวียดนามจะใช้ในการพักผ่อน ถ่ายรูปเช็คอินแล้วอัพลงโซเชียล

นอกจากนั้นบริเวณเนินต้นสนก็มีความเงียบสงบซึ่งแม้ว่าช่วงที่ผมไปตรงบริเวณจะมีการก่อสร้างแต่ก็ยังคงมีความเงียบ นอกจากนั้นก็ยังมีความร่มรื่นจากบรรดาต้นสนจำนวนมากที่คอยให้ร่มเงาแก่ผู้ที่ผ่านเข้ามาซึ่งเนินต้นสนที่บวนมาถวตจะตั้งอยู่ติดกับโบสถ์คริสต์และตั้งอยู่ห่างจากย่านใจกลางเมืองประมาณ 5 กิโลเมตรซึ่งผมใช้วิธีเดินเท้าไปนั่นจึงทำให้ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่เมื่อไปถึงก็นับว่าเป็นจุดที่เงียบและเหมาะแก่การปลีกวิเวกเป็นอย่างยิ่ง


เนินต้นสนในเมืองบวนมาถวตจะตั้งอยู่ห่างจาก
จุดใจกลางเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร

ผมไปถึงประมาณช่วงบ่าย 3 โมงซึ่งยังมีแดดพอสมควร
แต่ก็ไม่ร้อนจนเกินไปเพราะได้ต้นสนที่คอยให้ร่มเงา

ปัจจุบันกลายเป้นสถานที่ที่พวกวัยรุ่นหนุ่มสาว
มักจะแวะมาพักผ่อนถ่ายรูปรวมไปถึงถ่ายพรีเวดดิ้ง


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
29 มีนาคม 2568

วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568

 

EP.191 สถานีรถไฟฟ้าบางซ่อน


การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครในยุคปัจจุบันถือว่ามีความครอบคลุมและมีความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก เพราะรถไฟฟ้าได้มีหลายสายและบางสายก็ถูกเชื่อมต่อการเดินทางเข้าถึงกันทำให้เป็นการง่ายในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ สำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงก็เป็นอีกหนึ่งสายยอดนิยมของผู้โดยสารซึ่งเริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2564 โดยแบ่งการวิ่งออกเป็น 2 เส้นทางคือ รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มแลรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน

สำหรับในบทความนี้ผมจะพูดถึงหนึ่งในเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนซึ่งก็คือ สถานีรถไฟฟ้าบางซ่อน โดยตัวสถานีจะตั้งอยู่ในพื้นที่เขตบางซื่อซึ่งในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนนอกจากจะมีสถานีบางซ่อนแล้วก็ยังมีสถานีบางบำหรุและสถานีตลิ่งชัน โดยสถานีบางซ่อนจะเป็นสถานีเดียวที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ฝั่งพระนคร นอกจากนั้นก็ยังเป็นสถานีเดียวที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง

ผมมีโอกาสได้เดินสำรวจบรรยากาศของสถานีรถไฟฟ้าบางซ่อนก็พบว่าอาจจะไม่ได้เป็นสถานีที่มีผู้โดยสารมาใช้บริการมากมายนัก แต่ถึงกระนั้นก็เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญระหว่างรถไฟฟ้าสายสีแดงกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงรวมถึงยังเชื่อมต่อกับรถไฟชานเมืองซึ่งจะมีรถไฟมาเข้าจอดรับส่งผู้โดยสารในทุกๆวัน นอกจากนั้นในช่วงเวลาเย็นก็จะมีตลาดขายของกินและอาหารสตรีทฟู้ดมากมายซึ่งจะขายกันอยู่บริเวณฝั่งตรงข้ามกับสถานี


สถานีรถไฟฟ้าบางซ่อนตั้งอยู่ในเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน
โดยเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2564

มีห้องน้ำให้บริการซึ่งจะอยู่ใกล้กับจุดจำหน่ายตั๋วโดยสาร

ชานชาลาที่สถานีรถไฟฟ้าบางซ่อนซึ่งผู้โดยสาร
สามารถเดินทางไปยังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ได้

จุดเชื่อมต่อเพื่อไปยังรถไฟฟ้าสายสีม่วง
ซึ่งใช้ชื่อว่า สถานีบางซ่อน เหมือนกัน

เส้นทางของรถไฟชานเมืองจะตั้งอยู่ติดกับสถานี
โดยจะมีรถไฟบางขบวนมาเข้าจอดรับส่งผู้โดยสารที่นี่


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
19 มีนาคม 2568