วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2567

 

EP.163 ยอดเขาบูกิต ลารุต


ยุคสมัยปัจจุบันเริ่มมีผู้คนจำนวนมากหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้นและนั่นจึงทำให้การออกกำลังกายได้รับความนิยมเป็นอย่างมากซึ่งในช่วงเช้าๆกับช่วงเย็นจะพบเห็นบรรยากาศของผู้คนที่มาออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมากทั้งตามสวนสาธารณะ ฟิตเนส หรือบริเวณริมทางเท้าก็จะเป็นจุดที่เจอคนมาวิ่งออกกำลังกายด้วยเช่นกัน ขณะที่ในสังคมชนบทที่มีภูเขาป่าไม้และธรรมชาติก็จะมีผู้คนไปออกกำลังกายเช่นขึ้นและการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมในต่างจังหวัดก็จะเป็นการเดินหรือวิ่งขึ้นเขา

สำหรับในประเทศมาเลเซียก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มียอดเขาป่าไม้ธรรมชาติอยู่พอสมควร โดยที่ในเมืองไทปิงก็เป็นเมืองที่ถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาและมีธรรมชาติอันสวยงาม โดยหนึ่งในสถานที่ที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองไทปิงก็คือ ยอดเขาบูกิต ลารุตหรือในภาษาอังกฤษจะถูกเรียกกันว่า เนินเขาแม็กซ์เวลล์ โดยยอดเขาแห่งนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเลราวๆ 1,250 เมตรและมักจะมีพื้นที่ที่ค่อนข้างชุ่มฉ่ำนั่นก็เพราะว่าเมืองไทปิงมีฝนตกค่อนข้างจะชุก

ผมได้มีโอกาสเดินขึ้นยอดเขาบูกิต ลารุตอยู่ประมาณ 2 ครั้งแต่ก็ไม่เคยเดินขึ้นไปถึงยอดเขาด้านบนสุดเสียทีเนื่องจากการที่จะเดินขึ้นไปพิชิตยอดเขาบูกิต ลารุตต้องใช้เวลาในการเดินประมาณ 4 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำเพราะจากจุดเริ่มต้นไปยังยอดเขาด้านบนสุดจะมีระยะทาง 14 กิโลเมตร แต่ถึงแม้ทางเดินขึ้นไปจะค่อนข้างไกลและทั้งสูงและบางจุดก็มีความชันแต่ก็ยังมีหลายคนที่ต้องการเดินพิชิตขึ้นไปสู่ยอดเขาด้านบนสุดให้ได้ เนื่องจากบริเวณจุดด้านบนจะมีบรรยากาศที่สวยงามเนื่องจากในอดีตได้มีกลุ่มชาวอังกฤษขึ้นไปสร้างที่พักตากอากาศเอาไว้ในสมัยที่อังกฤษยังเป็นเจ้าอาณานิคมของมาเลเซีย

ส่วนในปัจจุบันยอดเขาบูกิต ลารุตกลายเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและเป็นจุดยอดนิยมที่ผู้คนท้องถิ่นมักจะมาออกกำลังกายซึ่งส่วนมากก็คือ การเดินขึ้นสู่ยอดเขา แต่ก็มีผู้คนไม่มากนักที่จะเดินไปจนถึงยอดด้านบนสุดแต่ถึงกระนั้นก็มีผู้ที่สามารถเดินพิชิตยอดเขาบูกิต ลารุตได้มาหลายคนแล้ว ส่วนผมเคยมีความคิดที่จะเดินขึ้นไปจนถึงยอดด้านบนสุดเหมือนกัน แต่เมื่อเดินไปได้สักพักก็ต้องขอยอมแพ้เพราะเส้นทางค่อนข้างไกลรวมทั้งยังมีอุปสรรคจากสายฝนที่ตกโปรยปรายลงมาซึ่งเป็นเรื่องที่จะเจอกันได้เป็นปกติเมื่อมาที่ยอดเขาบูกิต ลารุต


แผนที่เส้นทางการเดินขึ้นสู่ยอดเขาบูกิต ลารุต
ซึ่งระหว่างทางสามารถพบเจอกับนกหลากหลายสายพันธุ์

จุดสตาร์ทอยู่ที่ตรงนี้ซึ่งในแต่ละวันจะมีผู้คนมากมาย
มาเดินพิชิตยอดเขาแต่ส่วนมากจะเดินเอาแค่เท่าที่ไหวมากกว่า

ประวัติของยอดเขาบูกิต ลารุตซึ่งในอดีตได้มีการ
สร้างบ้านพักตากอากาศไว้บริเวณจุดด้านบนของยอดเขา

ระหว่างทางที่เดินขึ้นยอดเขาก็จะเจอกับ
เส้นทางทั้งทางตรงและทางโค้งส่วนบางจุดก็มีความชัน

ทางเดินลัดขึ้นสู่ยอดเขาซึ่งช่วยร่นระยะทางได้พอสมควร

ผมลองขึ้นไปสำรวจจุดทางลัดขึ้นเขาก็พบว่า
ต้องมีความชำนาญพอสมควรเพราะเส้นทางค่อนข้างอันตราย

ผมเดินมาได้เกือบ 1 ชั่วโมงสุดท้ายก็ต้องขอยอมแพ้
เพราะถ้าจะพิชิตยอดเขาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
3 กันยายน 2567

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2567

 

EP.162 นั่งรถบัสสาย 29
รันเตาปันยัง - โกตาบารู


เส้นทางการข้ามพรมแดนจากไทยไปยังมาเลเซียทางบกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ ด่านพรมแดนตรงปาดังเบซาร์ในพื้นที่อำเภอสะเดาของจังหวัดสงขลา ขณะที่เส้นทางซีกตะวันออกจากด่านพรมแดนสุไหงโกลกในจังหวัดนราธิวาสไปยังด่านรันเตาปันยังของมาเลเซีย แม้ว่าอาจไม่ได้รับความนิยมมากเท่ากับตรงด่านปาดังเบซาร์แต่ในทุกๆวันก็มีคนในพื้นที่ทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียข้ามพรมแดนกันอย่างต่อเนื่อง

โดยผมได้ใช้เส้นทางดังกล่าวเพื่อข้ามไปท่องเที่ยวยังประเทศมาเลเซียเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมานี่เองและเมื่อเข้าไปยังพื้นที่ของประเทศมาเลเซียก็จะมาอยู่ในจุดของสถานีขนส่งรันเตาปันยังซึ่งเปรียบเสมือนเมืองด่านหน้าสุดหากข้ามพรมแดนมาจากสุไหงโกลก โดยทริปในครั้งล่าสุดของผมก็คือการท่องเที่ยวในเมืองโกตาบารูและจะเดินทางไปต่อที่กัวลาลัมเปอร์ซึ่งเมืองโกตาบารูตั้งอยู่ห่างจากรันเตาปันยังประมาณ 1 ชั่วโมงและตัวเลือกการเดินทางที่ประหยัดเงินมากที่สุดก็คือ การนั่งรถบัส

สำหรับรถบัสโดยสารหรือจะเรียกว่ารถเมล์ก็ได้จะเป็นรถโดยสารสาธารณะที่มีให้บริการในเส้นทางระหว่างรันเตาปันยังและโกตาบารูซึ่งจะมีให้บริการอยู่หลายรอบ โดยรถบัสที่ให้บริการในเส้นทางนี้ได้กลับมาวิ่งให้บริการอีกครั้งหลังจากที่หยุดให้บริการไปนานพอสมควรจากช่วงสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 แพร่ระบาดซึ่งการที่มีรถบัสกลับมาวิ่งให้บริการอีกครั้งก็เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่จะเดินทางไปมาระหว่างไทยกับมาเลเซียและไม่ต้องไปเสียเงินแพงๆในการนั่งแท็กซี่หรือเรียกแกร็บคาร์

ส่วนรถบัสที่ให้บริการในเส้นทางระหว่างรันเตาปันยังกับโกตาบารูจะเป็นรถบัสสาย 29 และอย่างที่ผมเขียนไว้ตรงบรรทัดด้านบนที่รถบัสจะมีให้บริการอยู่หลายรอบซึ่งรอบแรกจะเริ่มให้บริการในช่วงเวลา 06.45 น. ส่วนรอบสุดท้ายจะเป็นช่วงเวลา 17.15 น. ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นรถบัสที่เดินทางจากรันเตาปันยังหรือรถที่มาจากโกตาบารู ส่วนอัตราค่าโดยสารจะอยู่ที่ 4.70 ริงกิตซึ่งตีเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ 37 บาทโดยรถบัสจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงซึ่งเมื่อถึงจุดหมายปลายทางรถบัสก็จะไปจอดที่สถานีขนส่งซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองโกตาบารู


รถบัสสาย 29 เป็นรถที่ให้บริการในเส้นทางระหว่าง
รันเตาปันยัง - โกตาบารู

บรรยากาศบนรถซึ่งบริษัทรถที่ให้บริการก็คือ
Mutiara Rentas Desa

เส้นทางที่รถบัสวิ่งผ่านซึ่งจะอยู่ในพื้นที่รัฐกลันตันทั้งหมด

เมื่อผ่านจุดของวงเวียนจะมีป้ายบอกพิกัดว่าจะไปที่ไหนบ้าง
ซึ่งมีทั้งตุมปัตรวมไปถึงโกตาบารู

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะมาถึง
สถานีขนส่งซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองโกตาบารู


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
26 สิงหาคม 2567

วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567

 

EP.161 ปืนใหญ่ศักดิ์สิทธิ์
แห่งเมืองเว้


เมืองเว้เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศเวียดนามซึ่งในปัจจุบันเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของเวียดนาม แต่สำหรับในยุคอดีตที่แห่งนี้เคยเป็นอดีตราชธานีเก่าของเวียดนามซึ่งถ้าให้เปรียบกับบ้านเราก็คงจะเป็นประมาณจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและด้วยความที่เป็นเมืองหลวงเก่า ทำให้บรรยากาศของที่นี่จะมีกลิ่นอายของความคลาสสิคซึ่งสิ่งที่สามารถเห็นได้มากที่สุดก็คือพวกกำแพงเมืองรวมไปถึงป้อมปราการซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกถึงเรื่องราวในอดีต

ผมมีโอกาสได้แวะไปเที่ยวเมืองเว้อยู่ 2-3 ครั้งโดยครั้งล่าสุดไปเมื่อตอนเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาแต่สถานที่ท่องเที่ยวดังๆผมไม่ได้ไปเที่ยวมากเท่าไหร่นัก ส่วนมากจะเน้นดูบรรยากาศรอบนอกเสียมากกว่าและจุดหนึ่งที่ผมได้ไปดูด้วยตาตนเองก็คือ ปืนใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 9 กระบอกซึ่งตั้งอยู่บริเวณรอบนอกของพระราชวังเมืองเว้ โดยปืนใหญ่ทั้ง 9 กระบอกนี้ถูกสร้างขึ้นโดยช่างฝีมือดีแห่งเมืองเว้ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาอย่างรอบคอบ เพราะการหล่อปืนใหญ่ต้องใช้ความละเอียดและความพิถีพิถัน โดยปืนใหญ่มีความยาว 5.1 เมตรมีเส้นผ่านศูนย์กลางตรงลำกล้อง 0.54 เมตรและมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 17,000 กิโล

นอกจากนั้นยังมีการแกะสลักลวดลายลงบนปืนใหญ่ซึ่งเป็นลายดอกไม้นูนเป็นเส้นสายอ่อนช้อย ส่วนจุดด้านขวามีการแกะสลักเครื่องนับดินปืนและกระสุนปืนลงไปและนอกจากนั้นยังมีการตั้งชื่อให้แก่ปืนใหญ่ทั้ง 9 กระบอก โดย 4 กระบอกแรกจะตั้งชื่อตามฤดูกาลทั้ง 4 ของเวียดนามคือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ส่วนอีก 5 กระบอกจะตั้งตามชื่อธาตุทั้ง 5 ได้แก่ ธาตุไฟ ธาตุน้ำ ธาตุไม้ ธาตุดิน ธาตุโลหะ โดยในปัจจุบันปืนใหญ่ทั้ง 9 กระบอกได้ถูกปลดประจำการไปแล้วเนื่องจากไม่มีเหตุการณ์สู้รบเหมือนครั้งในอดีต แต่ปืนใหญ่ทั้ง 9 ก็กลายเป็นดั่งสัญลักษณ์ที่คู่อยู่กับเมืองเว้และได้ตั้งจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้มาชมและถ่ายรูปโดยไม่มีการเก็บค่าเข้าชมแต่อย่างใด


ปืนใหญ่ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 9 กระบอกตั้งอยู่อย่างโดดเด่น
ในเมืองเว้ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของประเทศเวียดนาม

ความยาวของปืนใหญ่จะมีขนาดเท่ากันคือ 5.1 เมตร
ส่วนน้ำหนักจะแตกต่างกันไปบ้างแต่ก็ไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก

ปืนใหญ่จะตั้งอยู่คนละฝั่งโดยด้านนึงจะมีอยู่ 4 กระบอก
ส่วนอีกฝั่งนึงจะมีอยู่ทั้งสิ้น 5 กระบอก

ประวัติของปืนใหญ่ทั้ง 9 กระบอกซึ่งมีให้อ่านทั้ง
ภาษาเวียดนาม ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
16 สิงหาคม 2567

วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567

 

EP.160 โครงการอาคาร
สไตล์ยุโรปแห่งเมืองดานัง


เมืองดานังเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศเวียดนามและในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติไปเยี่ยมเยือนกันพอสมควรและด้วยความที่ดานังเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง ทำให้ได้มีการเติบโตของเมืองอย่างต่อเนื่องโดยสิ่งที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือพวกตึกอาคารบ้านเรือน คอนโดมิเนียมรวมไปถึงห้างสรรพสินค้าที่ผุดขึ้นมาอย่างมากมาย ทั้งนี้ก็เพื่อรองรับความเจริญและความเติบโตขึ้นของเมืองนั่นเอง

ผมได้ลงพื้นที่สำรวจเมืองดานังไปครั้งล่าสุดก็เมื่อตอนเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาซึ่งบรรยากาศเท่าที่ได้เห็นผ่านตามาก็คือ พวกการก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมไปจนถึงโครงการอาคารสไตล์ยุโรปซึ่งมีชื่อว่า Regal Pavilon โดยโครงการนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากห้างสรรพสินค้าสัญชาติเกาหลีอย่าง Lotte Mart โดยที่บรรยากาศของโครงการผมว่ามีลักษณะคล้ายๆพวกโฮมออฟฟิศหรือทาวน์โฮมซึ่งที่นี่จะออกแบบอาคารให้มีความทันสมัยและเน้นสถาปัตยกรรมในสไตล์ยุโรปเป็นหลัก

ส่วนในปัจจุบันโครงการ Regal Pavilon ที่ดานังยังไม่ได้มีผู้มาอยู่อาศัยมากมายอะไรซึ่งจากการที่ผมเดินสำรวจดูก็จะเห็นมีแค่บางจุดที่ทำเป็นโฮมออฟฟิศหรือบางจุดก็ซื้อมาเพื่อเก็งกำไรอย่างการขายหรือให้เช่าซึ่งจากทำเลที่ตั้งซึ่งจะอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้า สวนสนุกหรือแม้กระทั่งศูนย์กีฬาประจำเมืองก็อาจจะคิดไปได้ว่าเจ้าของโครงการอาจจะเน้นลูกค้าที่มีกำลังซื้อและอาจจะเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในเมืองดานังโดยเฉพาะในกลุ่มชาวเกาหลีใต้ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักของที่ดานังและหลายคนก็เริ่มเข้ามาลงทุนทำธุรกิจในเวียดนาม


Regal Pavilon เป็นโครงการที่อยู่อาศัยซึ่งตั้งอยู่ใน
เมืองดานังของประเทศเวียดนาม

รูปแบบตัวอาคารจะเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป

แม้ว่ายังไม่ได้มีผู้มาอยู่อาศัยมากนัก แต่บางจุด
จะเห็นว่ามีการทำเป็นโฮมออฟฟิศหรือซื้อเพื่อเก็งกำไร

บรรยากาศค่อนข้างจะดูเงียบสงบและให้อารมณ์
เหมือนหมู่บ้านจัดสรรที่มีความเป็นยุโรป

เครื่องเล่นสำหรับเด็กตั้งอยู่ใกล้ๆกับจุดทางเข้าออก

เมืองดานังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้มีการก่อสร้าง
โครงการที่อยู่อาศัยรวมถึงห้างสรรพสินค้าอย่างต่อเนื่อง


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
3 สิงหาคม 2567

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

 

EP.159 พิพิธภัณฑ์คลาร์ก


ผมไปเที่ยวฟิลิปปินส์ครั้งแรกก็ตอนเดือนเมษายนของปี 2566 ซึ่งนั่นก็คือการไปเยือนดินแดนตากาล็อกครั้งแรกและครั้งเดียวของผม โดยผมเน้นเที่ยวตรงพื้นที่เกาะลูซอนและได้ไปเยือนเมืองหลวงอย่างกรุงมะนิลา รวมไปถึงจังหวัดปัมปังงาซึ่งเป็นที่ตั้งของ แองเจเลส ซิตี้ โดยในอดีตพื้นที่แห่นี้เคยเป็นที่ตั้งของกองทัพอากาศของสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยถึงแม้ว่าปัจจุบันจะไม่ได้มีกองทัพของอเมริกาตั้งฐานทัพอีกต่อไปแล้ว แต่กลิ่นอายและบรรยากาศรวมถึงหลักฐานที่กองทัพอากาศของสหรัฐอเมริกาทิ้งเอาไว้ก็ยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่อย่างมากมาย

โดยหนึ่งในข้อพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีก็คือ พิพิธภัณฑ์คลาร์ก ซึ่งถือว่าเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งข้อมูลที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์จากยุคสมัยที่กองทัพอากาศสหรัฐฯมาตั้งฐานทัพในประเทศฟิลิปปินส์ โดยที่พิพิธภัณฑ์คลาร์กจะมีโซนจัดแสดงทั้งในส่วนของพิพิธภัณฑ์รวมไปถึงห้องแสดงแบบ 4 มิติซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มนั่นทำให้ผมเลือกชมเฉพาะในส่วนของพิพิธภัณฑ์ซึ่งราคาค่าเข้าชมจะอยู่ที่ 100 เปโซต่อคนซึ่งตีเป็นเงินไทยก็ตกที่ประมาณ 60 บาท

ส่วนบรรยากาศด้านภายในของพิพิธภัณฑ์ก็จะมีจุดจัดแสดงอยู่หลายโซนทั้งเรื่องราวของประวัติการตั้งฐานทัพของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาที่เคยใช้พื้นที่ของจังหวัดปัมปังงาเป็นฐานทัพสำคัญในการรบบนสมรภูมิทะเลแปซิฟิก นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีโซนอื่นๆที่น่าสนใจอีกมากมายทั้งเรื่องราวการปะทุของภูเขาไฟในประเทศฟิลิปปินส์ เรื่องของประเพณีและวัฒนธรรมของชาวฟิลิปปินส์ เรื่องราวของภูมิศาสตร์และระบบเชิงนิเวศวิทยาไปจนถึงงานเทศกาลต่างๆซึ่งทุกโซนล้วนแต่มีความน่าสนใจและเสริมสร้างความรู้ให้แก่ผู้เข้าชมได้เป็นอย่างดี


พิพิธภัณฑ์คลาร์ก ตั้งอยู่ในจังหวัดปัมปังงาในประเทศฟิลิปปินส์
โดยมีค่าเข้าชมอยู่ที่คนละ 100 เปโซหรือประมาณ 60 บาท

พื้นที่ของจังหวัดปัมปังงาเคยเป็นฐานทัพของกองทัพอากาศ
สหรัฐอเมริกา ทำให้มีเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่องบินมากพอสมควร

ชุดแต่งกายของทหารอากาศชาวอเมริกัน
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ภาพสีขาวดำซึ่งบอกเล่าเรื่องราวในสมัยอดีต
ซึ่งกองทัพอากาศสหรัฐฯมาใช้พื้นที่จังหวัดปัมปังงาเป็นฐานทัพ

นอกจากเรื่องราวของกองทัพอากาศสหรัฐฯแล้ว
ก็ยังมีโซนอื่นๆที่น่าสนใจอย่างภาพนี้เป็นเรื่องราวของแฟชั่นเสื้อผ้า

ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวฟิลิปปินส์
ซึ่งก็คือ งานฝีมือประเภทการปั้นหม้อภาชนะต่างๆ

อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เคยถูกใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

พิธีการแต่งงานของชาวฟิลิปปินส์ซึ่งจะเป็นไปตามหลัก
ศาสนาคริสต์ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ

โซนนี้จัดแสดงเรื่องราวของธรณีวิทยา
โดยจะมีพวกหิน แร่ธาตุและวัตถุโบราณที่ถูกค้นพบมานานหลายปี


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
18 กรกฎาคม 2567

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

 

EP.158 ดูรถไฟ 5 ขบวน
ออกจากสถานีกรุงเทพ


หากเอ่ยชื่อของ สถานีรถไฟกรุงเทพ ผมเชื่อว่ามีหลายท่านที่น่าจะเกิดอาการงงและสับสนกันแต่ถ้าหากพูดชื่อของ หัวลำโพง แน่นอนครับว่าหลายๆท่านน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีซึ่งสถานีรถไฟกรุงเทพก็คือชื่ออย่างเป็นทางการของหัวลำโพงที่เราๆท่านๆเรียกกันอย่างติดปากนั่นเอง โดยปัจจุบันแม้ว่าที่สถานีรถไฟกรุงเทพจะไม่ได้เป็นสถานีรถไฟหลักของประเทศไทยอีกแล้ว แต่ก็ยังคงมีการเดินรถเป็นปกติโดยรถไฟที่ยังให้บริการอยู่ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นพวกรถไฟชานเมืองซึ่งจะวิ่งในเส้นทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครมากนัก

ผมได้มีโอกาสไปเก็บบรรยากาศของสถานีรถไฟกรุงเทพหรือหัวลำโพงเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาซึ่งผมเดินทางไปดูบรรยากาศช่วงประมาณ 4 โมงเย็นซึ่งจะเป็นช่วงที่มีรถไฟชานเมืองเดินทางออกจากสถานีอยู่หลายขบวนด้วยกัน ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ผู้คนเริ่มจะเลิกงานกันแล้วซึ่งในปัจจุบันยังมีหลายคนเดินทางกลับบ้านด้วยการนั่งรถไฟเพราะว่าเป็นการเดินทางที่มีราคาถูก โดยตั้งแต่ช่วง 4 โมงเย็นในวันทำงานจันทร์ - ศุกร์จะมีผู้โดยสารมาใช้บริการรถไฟที่ออกจากสถานีกรุงเทพเป็นจำนวนมาก

สำหรับรถไฟชานเมืองที่ผมได้ไปเก็บบรรยากาศมาก็มีทั้งสิ้น 5 ขบวนซึ่งก็มีจุดหมายปลายทางทั้งที่ ลพบุรี / ชุมทางแก่งคอย / ชุมทางหนองปลาดุกรวมไปถึงชุมทางฉะเชิงเทรา ซึ่งแต่ละขบวนจะออกจากสถานีกรุงเทพในระยะเวลาที่ไล่เลี่ยและก็มีจะผู้โดยสารหลายคนที่เลือกขึ้นรถไฟตั้งแต่ต้นทาง เพราะหากไปขึ้นยังสถานีอื่นๆอาจจะไม่มีที่นั่งเนื่องจากมีจำนวนผู้โดยสารเป็นจำนวนมากนั่นเอง โดยส่วนใหญ่แล้วกลุ่มผู้โดยสารก็จะเป็นกลุ่มคนทำงานเป็นหลักและพวกรถไฟชานเมืองเหล่านี้ก็ออกเดินทางในช่วงเวลาเย็นซึ่งเป็นช่วงเวลาเลิกงานของหลายๆคน


บรรยากาศที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ในปัจจุบัน
ซึ่งพอไม่ได้เป็นสถานีรถไฟหลัก ความคึกคักจึงไม่เหมือนแต่ก่อน

ตารางเดินรถของพวกรถไฟชานเมืองที่จะออกจากสถานี
ในช่วงตั้งแต่เวลา 16.30 - 18.50 นาที

รถไฟชานเมืองจอดรอรับผู้โดยสารอยู่ตรงจุดของชานชาลา
โดยส่วนใหญ่จะวิ่งให้บริการในวันทำงานจันทร์ - ศุกร์

รถไฟขบวน 301 มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ สถานีลพบุรี

ขบวนนี้ไปที่สถานีชุมทางฉะเชิงเทราซึ่งตั้งอยู่ใน
เส้นทางรถไฟสายตะวันออก


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
11 กรกฎาคม 2567

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

 

EP.157 เมืองจำลองสถานที่ท่องเที่ยว
จากทั่วโลก


ในทุกประเทศทั่วโลกก็มักจะมีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญอย่างเมืองไทยของบ้านเราก็จะมีอย่าง วัดพระแก้ว ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของประเทศไทยซึ่งแลนด์มาร์กเหล่านี้ก็จะมีนักท่องเที่ยวจากหลายชาติแห่แหนไปเที่ยวกันอย่างมากมาย แต่การที่จะเดินทางไปเที่ยวแลนด์มาร์กดังๆเหล่านี้ก็อาจจะต้องใช้เวลานานและใช้งบในการเดินทางสูงมาก เนื่องจากสถานที่แต่ละแห่งก็จะอยู่กระจายในประเทศต่างๆทั่วโลก

แต่ปัจจุบันก็ได้มีคนคิดไอเดียที่จะรวมแลนด์มาร์กดังๆจากทั่วโลกมาอยู่ในสถานที่แห่งเดียวกันเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาชมแลนด์มาร์กดังๆได้หลายแห่งซึ่งแม้ว่ามันจะเป็นการสร้างจำลองขึ้นมา แต่ก็มีผู้คนหลายคนที่นิยมชมชอบการไปดูแลนด์มาร์กดังๆที่ถูกสร้างจำลองขึ้น โดยที่เมืองดานังในประเทศเวียดนามก็มีเมืองจำลองสถานที่ท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้ได้ชมเหมือนกันครับและเมืองจำลองที่นี่จะเปิดให้ทุกคนได้เข้ามาชมกันฟรีในทุกๆวัน

สำหรับเมืองจำลองสถานที่ท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เมืองดานังจะตั้งอยู่ติดกับโรงแรม Wyndham Da Nang Golden Bay ซึ่งเมืองจำลองแห่งนี้ก็เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของทางโรงแรม โดยบรรยากาศด้านภายในจากที่ผมได้ไปชมมาก็พบว่าไม่ได้เป็นสถานที่ที่ใหญ่โตอะไรมากมายและพวกแลนด์มาร์กเด่นๆก็มีให้ชมไม่มากนัก โดยเท่าที่ผมเห็นมาก็จะมี กำแพงเมืองจีน หอไอเฟล พีระมิดแห่งกีซ่า เทพเสรีภาพ รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวของทางเวียดนามอย่าง เจดีย์เสาเดียวที่ตั้งอยู่ในกรุงฮานอย


พื้นที่ของเมืองจำลองสถานที่ท่องเที่ยวจากทั่วโลก
เป็นส่วนหนึ่งของโรงแรม Wyndham Golden Bay

ที่นี่จะรวบรวมแลนด์มาร์กดังๆเด่นๆจากทั่วโลก
โดยรูปนี้เป็น พีระมิดแห่งกีซ่า แลนด์มาร์กดังของประเทศอียิปต์

หอไอเฟลและด้านหลังก็คือกำแพงเมืองจีน

เจดีย์เสาเดียว สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเวียดนาม
ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงฮานอย

รูปปั้นของบรรดาเทพเจ้ากรีก

เมืองจำลองจะตั้งอยู่ใกล้ๆกับแม่น้ำหาน
ส่วนสะพานที่เห็นข้างหน้าก็คือ สะพานทวนเฟื้อก


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
6 กรกฎาคม 2567