วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

 

EP.149 สถานีรถไฟเก่าเมืองไทปิง


ผมไปเที่ยวมาเลเซียก็เมื่อช่วงประมาณกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมานี่เอง โดยเมืองที่ผมได้ไปเที่ยวก็ตั้งอยู่ในรัฐเปรักทั้ง 2 เมืองก็คือ อิโปห์และไทปิง โดยที่เมืองไทปิงผมเจอฝนตกตลอดเพราะที่นี่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ฝนตกค่อนข้างจะชุก แต่ถึงฝนจะตกบ่อยแต่ในเมืองไทปิงก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างมากมายทั้งสถานที่ที่เกี่ยวกับธรรมชาติรวมไปถึงสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ สถานีรถไฟเก่า

สำหรับสถานีรถไฟเก่าในเมืองไทปิงมีที่ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน โดยสถานีรถไฟแห่งนี้ในอดีตเคยทำหน้าที่ให้บริการแก่บรรดาผู้โดยสารมานานไม่ต่ำกว่า 100 ปี โดยถูกสร้างขึ้นในปี 1890 ก่อนที่ในปี 2014 จะถูกแทนที่ด้วยสถานีรถไฟแห่งใหม่ซึ่งก็คือสถานีที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน แต่ถึงแม้ว่าสถานีรถไฟเก่าของเมืองไทปิงจะถูกยกเลิกใช้งานไปแล้ว แต่ร่องรอยของอดีตก็ยังสามารถพบเห็นได้อยู่โดยเฉพาะในส่วนของอาคารสถานี

สำหรับบรรยากาศของสถานีรถไฟเก่าของเมืองไทปิงที่ผมได้ไปสำรวจมาก็พบว่าตัวอาคารจะเป็นไม้ทั้งหมดซึ่งดูมีความคลาสสิคและมีเอกลักษณ์ของความเป็นตะวันตกเข้ามาผสมผสานเพราะในสมัยอดีตมาเลเซียถูกปกครองโดยบรรดาชาวอังกฤษ โดยสิ่งที่พบเห็นได้ในปัจจุบันก็จะมีจุดของห้องทำการของเจ้าหน้าที่ประจำสถานี จุดจำหน่ายตั๋ว พื้นที่ชานชาลาซึ่งปัจจุบันปิดไม่ให้ใครเข้าไป 

ขณะที่ในสภาพปัจจุบันของสถานีรถไฟเก่าเมืองไทปิงก็เต็มไปด้วยร้านอาหารต่างๆมากมายซึ่งมาเช่าพื้นที่ของสถานีในการค้าขาย โดยอาหารก็จะเป็นแนวฮาลาลที่เน้นเจาะกลุ่มชาวมุสลิมซึ่งจะมีขายกันทั้ง 2 ฝั่ง แต่ถึงแม้ว่าบรรยากาศจะดูเปลี่ยนแปลงไปแต่อาคารไม้ที่ดูคลาสสิคของสถานีรถไฟเก่าเมืองไทปิงก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์อยู่ไม่เสื่อมคลายและปัจจุบันพื้นที่ของสถานีรถไฟเก่าเมืองไทปิงก็เป็นหนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของเมืองไทปิงซึ่งมักจะมีผู้คนมาถ่ายรูป เพราะในอดีตที่นี่เคยเป็นสถานีรถไฟหลักของเมืองไทปิงนั่นเอง


สถานีรถไฟเก่าเมืองไทปิง ถูกสร้างขึ้นในปี 1890
และถูกให้บริการเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 100 ปี

จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารยังสามารถพบเห็นได้ในปัจจุบัน

ตัวอาคารสถานีสร้างจากไม้ซึ่งมีความคลาสสิคอยู่ไม่น้อย

ปัจจุบันพื้นที่ของสถานีรถไฟเก่าเมืองไทปิง มีพวก
ร้านอาหารมาตั้งขายอยู่หลายร้าน

ร้านอาหารส่วนใหญ่จะเป็นอาหารฮาลาล
ซึ่งจะมีขายทั้ง 2 ฝั่งของถนน

สถานีรถไฟเก่าจะตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟแห่งใหม่
ซึ่งสถานีรถไฟที่ใช้งานในปัจจุบันเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2014


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
15 พฤษภาคม 2567

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

 

EP.148 สระว่ายน้ำโคโรเนชั่น


เมืองไทปิง เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐเปรักของประเทศมาเลเซีย โดยเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของรัฐเปรักโดยเป็นรองเพียงแค่เมืองอิโปห์เท่านั้น ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวมา 2 ครั้งแล้วซึ่งครั้งแรกคือปี 2019 ก่อนช่วงโควิดแพร่ระบาด ขณะที่ครั้งล่าสุดก็คือ เดือนเมษายนที่เพิ่งผ่านมานี่เอง โดยที่เมืองไทปิงเคยเป็นเมืองที่เคยมีการทำเหมืองแร่ในประเทศมาเลเซียและมีคนจีนอพยพเข้ามาอาศัยอยู่มากพอสมควร ขณะที่สภาพอากาศก็มักจะมีฝนตกค่อนข้างบ่อยเนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ฝนตกชุก

การไปเที่ยวไทปิงครั้งล่าสุดของผมมีเวลาเพียงแค่ 2 คืน ผมจึงพยายามใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุดโดยสถานที่ท่องเที่ยวที่ผมได้ไปสำรวจก็จะเน้นไปแถวโซนยอดเขาบูกิต ลารุตซึ่งจะเป็นจุดที่มีแหล่งท่องเที่ยวอยู่มากมาย โดยหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ผมได้ไปลงสำรวจมาก็คือ สระว่ายน้ำโคโรเนชั่น ซึ่งว่ากันว่าเป็นสระว่ายน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของมาเลเซียเลยทีเดียว โดยสระว่ายน้ำแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1937 โดยมีการตั้งชื่อสระเพื่อเป็นเกียรติให้แก่พิธีราชาภิเษากของพระเจ้าจอร์จที่ 6 โดยในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยถูกใช้เป็นสถานที่พักผ่อนของบรรดาชาวอังกฤษและชาวยุโรป

ส่วนในยุคปัจจุบันสระว่ายน้ำโคโรเนชั่นเป็นสระว่ายน้ำสาธารณะที่ทุกคนสามารถมาใช้บริการได้ โดยจะมีค่าเข้าอยู่ที่ 5 ริงกิตสำหรับผู้ใหญ่ (35 บาท) และ 3 ริงกิตสำหรับเด็ก (21 บาท) โดยจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์และหยุดทุกวันจันทร์ ส่วนช่วงเวลาเปิดก็ตั้งแต่ 8 โมงเช้าไปจนถึง 6 โมงเย็นซึ่งจากการที่ผมได้เดินเข้าไปสำรวจมาก็ถือว่าสระว่ายน้ำโคโรเนชั่นมีบรรยากาศที่ค่อนข้างดี โดยมีพวกต้นไม้รายรอบซึ่งให้ความสดชื่นแก่ผู้เข้ามาใช้บริการ รวมทั้งยังมีทั้งสระผู้ใหญ่และสระเด็ก ส่วนความลึกของสระผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 1.95 เมตร นอกจากนั้นยังมีจุดของห้องอาบน้ำและล็อกเกอร์เอาไว้ใส่ของ


ทางเข้าด้านหน้าของสระว่ายน้ำโคโรเนชั่น
ซึ่งอยู่ติดกับทางเดินขึ้นเขาบูกิต ลารุต

สระว่ายน้ำโคโรเนชั่นถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1937
และยังเป็นสระว่ายน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศมาเลเซีย

ความลึกของสระผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 1.95 เมตร
โดยภายในจะมีไลฟ์การ์ดอย่างน้อย 1 คนคอยดูแลความเรียบร้อย

จุดนี้จะเป็นสระว่ายน้ำของเด็กซึ่งบรรยากาศโดยรอบ
จะเต็มไปด้วยต้นไม้ซึ่งให้ความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

ห้องสำหรับอาบน้ำแต่งตัว นอกจากนั้นยังมีล็อกเกอร์
ซึ่งจะมีราคาค่าใช้ล็อกเกอร์อีก 1 ริงกิต

บริเวณด้านหน้าทางเข้าจะมีของขายแก่ผู้มาใช้บริการ
ทั้งห่วงยาง ชุดว่ายน้ำรวมถึงพวกเครื่องดื่มต่างๆ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
8 พฤษภาคม 2567

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

 

EP.147 สวนไรซาล


ในช่วงนี้ผมเชื่อว่าผู้อ่านหลายๆท่านน่าจะมีความรู้สึกที่คล้ายๆกันนั่นก็คือ รู้สึกร้อนระอุกับสภาพอากาศของเมืองไทยในปัจจุบันเป็นอย่างมากนะครับซึ่งผมเองก็รู้สึกร้อนไม่ต่างอะไรจากท่านผู้อ่าน โดยในปีนี้มีข้อมูลที่บ่งชี้ว่าสภาพอากาศจะร้อนมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะในพื้นที่ของทวีปเอเชียซึ่งไม่เฉพาะไทยที่ได้รับกระทบ แต่ยังมีชาติอื่นๆในทวีปเอเชียที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุแบบนี้อีกมากมาย

เมื่อเจออากาศร้อนผมก็เห็นผู้คนมากมายต่างก็สรรหาวิธีที่จะดับร้อน บางคนก็เลือกที่จะอาบน้ำบ่อยๆ บางคนก็เลือกที่จะไปเดินตากแอร์ในห้างสรรพสินค้า ส่วนบางคนก็เลือกที่จะไปหาจุดพักผ่อนในสวนสาธารณะ โดยในประเทศฟิลิปปินส์ก็ถือว่าเป็นประเทศที่ต้องประสบกับภาวะอากาศอันร้อนระอุยิ่งในเมืองหลวงอย่างกรุงมะนิลาที่เต็มไปด้วยความแออัดของผู้คน ทำให้หลายคนเลือกที่จะไปหาจุดผ่อนคลายซึ่งสิ่งที่สามารถตอบโจทย์ของพวกเขาได้นั่นก็คือ สวนสาธารณะ

สำหรับสวนสาธารณะชื่อดังและมีขนาดใหญ่มากที่สุดในกรุงมะนิลาก็คือ สวนไรซาล ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี 1913 เพื่อเป็นเกียรติและอุทิศให้แก่ โฮเซ่ ริซาล ซึ่งเป็นวีรบุรุษของชาติฟิลิปปินส์ซึ่งเขามีบทบาทสำคัญในการต่อต้านสเปนและมีเป้าหมายในการปลดแอกฟิลิปปินส์ให้หลุดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของสเปน โดยถึงแม้ว่าเขาจะถูกประหารชีวิตแต่อีก 2 ปีต่อมาหลังการตายของเขา ฟิลิปปินส์ก็สามารถประกาศเอกราชได้เป็นผลสำเร็จ หลังจากที่ตกเป็นอาณานิคมของสเปนมายาวนานกว่า 350 ปี

ส่วนในยุคปัจจุบันของสวนไรซาลก็ได้กลายเป็นสวนสาธารณะแห่งชาติและในแต่ละวันจะมีผู้คนจำนวนมากเข้ามาทำกิจกรรมภายในสวนไรซาล ส่วนบรรยากาศจากการที่ผมไปเดินสำรวจมาก็พบว่าด้านภายในจะมีจุดของอนุสาวรีย์โฮเซ่ ริซาลตั้งอยู่บริเวณจุดทางเข้าด้านหน้าอย่างโดดเด่น รวมไปถึงธงชาติฟิลิปปินส์ผืนใหญ่ที่แสดงถึงการประกาศอิสรภาพจากสหรัฐอเมริกาในปี 1941 ส่วนจุดอื่นๆก็จะมีรูปปั้นของบุคคลสำคัญของทางฟิลิปปินส์ตั้งเรียงรายต่อกันและกิจกรรมที่สามารถพบเห็นได้ในทุกวัน คือ น้ำพุเริงระบำซึ่งในตอนกลางคืนจะมีการเปิดไฟแสงสีสวยงาม ส่วนในทุกๆวันอาทิตย์จะมีการแสดงมินิคอนเสิร์ตซึ่งสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้คนได้เป็นอย่างดี


สวนไรซาล คือ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ของกรุงมะนิลา
โดยด้านหน้าจะมีรูปปั้นของ โฮเซ่ ริซาล ตั้งอยู่อย่างโดดเด่น

บรรยากาศภายในสวนสาธารณะค่อนข้างมีขนาดใหญ่
และในทุกๆวันจะมีผู้คนมาทำกิจกรรมกันอย่างมากมาย

บรรยากาศในช่วงเย็นของสวนไรซาล
จะเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก

ช่วงเย็นที่ผมได้ลงพื้นที่สำรวจก็จะเจอผู้คนมากมาย
ซึ่งมีทั้งมานั่งพูดคุยและมาวิ่งออกกำลังกาย

น้ำพุเริงระบำ คือ หนึ่งในไฮไลท์เด็ดของสวนไรซาล
ซึ่งยามค่ำคืนจะมีการเปิดไฟแสงสีสวยงาม

การเล่นหมากรุกเป็นสิ่งที่สามารถพบเห็นได้ในสวนไรซาล
โดยกลุ่มผู้เล่นก็มักจะเป็นกลุ่มผู้ชายวัยกลางคน

บริเวณด้านหน้าตรงอนุสาวรีย์โฮเซ่ ริซาล
จะเป็นจุดที่หลายคนมักจะนิยมมาถ่ายรูปกัน


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
3 พฤษภาคม 2567

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2567

 

EP.146 ห้างสรรพสินค้า (เกือบ) ร้าง
ที่เมืองสุไหงเปตานี


เมืองสุไหงเปตานีเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐเคดาห์ของประเทศมาเลเซีย โดยเป็นเมืองที่ไม่ค่อยที่จะคุ้นหูทั้งชาวไทยรวมไปถึงผู้คนจากชาติอื่นๆทั่วโลก เพราะสุไหงเปตานีไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวของมาเลเซียนั่นจึงทำให้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก แต่สำหรับผมแล้วการได้ไปเยือนเมืองที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวคือสิ่งที่ผมมักจะทำเป็นประจำเวลาได้เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ โดยเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาผมก็ได้แวะไปเที่ยวที่สุไหงเปตานีมาเช่นกัน

ผมพักที่สุไหงเปตานี 1 คืนซึ่งช่วงระยะเวลาสั้นๆผมก็พยายามหาโอกาสสำรวจเมืองสุไหงเปตานีให้ได้มากที่สุด โดยหนึ่งในจุดที่ผมได้ไปเดินสำรวจก็คือ ห้างสรรพสินค้าที่ชื่อว่า SP Plaza ซึ่งเป็นห้างขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง โดยจากการที่ผมได้เดินสำรวจดูก็พบว่าบรรยากาศของห้าง SP Plaza ค่อนข้างที่จะดูเงียบเหงาและวังเวงแบบสุดๆซึ่งดูไม่ต่างอะไรจากห้างร้าง เพราะแทบไม่มีผู้คนมาเดินซึ่งสิ่งที่ทำให้ยังดูแตกต่างจากห้างที่ร้างไปแล้วคือการที่ห้าง SP Plaza ยังคงเปิดดำเนินการเป็นปกติ

ส่วนบรรยากาศภายในห้างก็ต้องยอมรับว่าเงียบเหงาเป็นอย่างมาก แต่ถึงแทบจะไม่มีคนมาเดินก็ยังมีพวกร้านค้าเปิดขายอยู่เป็นบางร้านซึ่งก็จะเป็นพวกร้านขายเสื้อผ้าและร้านขายรองเท้า ส่วนสาเหตุสำคัญที่ทำให้ห้างแห่งนี้กลายเป็นห้างที่เกือบจะร้างนั่นก็เป็นเพราะว่าที่เมืองสุไหงเปตานีได้มีการสร้างห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากห้าง SP Plaza มากนักนั่นทำให้ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและลูกค้าต่างย้ายกันไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ซึ่งใหญ่กว่าและทันสมัยมากกว่า นอกจากนั้นยังมีเรื่องของเศรษฐกิจของมาเลเซียที่มีปัญหา ทำให้ทั้งผู้ค้าและผู้บริโภคต่างก็ไม่มีทุนทรัพย์ที่มากพอในการที่จะมาค้าขายหรือจับจ่ายซื้อสินค้า


ห้างสรรพสินค้า SP Plaza ตั้งอยู่ในเมืองสุไหงเปตานี
โดยเคยเป็นห้างใหญ่ที่สุดของเมือง

ห้างจะมีทั้งหมด 4 ชั้นซึ่งสภาพปัจจุบันกลายเป็นห้างเกือบร้าง

ผมเดินสำรวจบรรยากาศภายในห้างก็พบว่า
ร้านค้าแต่ละร้านมีการปิดตัวไปเป็นจำนวนมาก

แต่ละชั้นบรรยากาศก็จะเป็นแบบนี้เหมือนกันหมดทุกชั้น

บรรยากาศสุดเงียบเหงาและวังเวงซึ่งระหว่างที่ผม
เดินสำรวจก็แทบจะไม่เจอผู้คนมาเดินซื้อของเลย

ห้าง SP Plaza กลายเป็นห้างที่เกือบร้างเพราะถูกทดแทน
ด้วยห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ที่อยู่ไม่ไกลกันมากนัก

แต่ก็ยังมีร้านค้าบางร้านที่ยังคงเปิดขายของเป็นปกติ
ซึ่งจะเป็นพวกร้านขายเสื้อผ้าและร้านขายรองเท้า


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
29 เมษายน 2567

วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2567

 

EP.145 ร้านกาแฟไฮแลนด์


อเมซอน คือ ชื่อร้านขายกาแฟและเครื่องดื่มชื่อดังของเมืองไทยและเป็นแบรนด์ที่คนไทยสร้างคนไทยทำซึ่งในปัจจุบันร้านอเมซอนก็ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมากและได้มีร้านอเมซอนหลากหลายสาขาตั้งอยู่ทั้งตามห้างสรรพสินค้ารวมไปถึงในปั๊มน้ำมัน ปตท. โดยผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบทานเครื่องดื่มของร้านอเมซอนแม้ว่าอาจจะไม่บ่อยนักแต่เมื่อมีโอกาสก้มักแวะเข้าไปสั่งเครื่องดื่มและขนมปังทานอยู่เรื่อยๆ

เมืองไทยของเรามีร้านอเมซอนที่เป็นร้านขายกาแฟและเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียง ขณะที่ในประเทศเวียดนามก็มีร้านกาแฟและเครื่องดื่มที่เป็นแบรนด์เวียดนามแท้ๆซึ่งก็คือ ร้านไฮแลนด์คอฟฟี่ ตอนผมไปเที่ยวเวียดนามผมก็มักจะแวะเข้าไปนั่งสั่งเครื่องดื่มทานอยู่เสมอทั้งนี้ก็อยากรู้ว่าเมนูต่างๆและรสชาติจะสู้กับทางอเมซอนของบ้านเราได้หรือเปล่า

สำหรับประวัติของกาแฟไฮแลนด์นั้นถูกก่อตั้งครั้งแรกในปี 1999 โดยนักธุรกิจลูกครึ่งเวียดนาม - อเมริกัน โดยช่วงแรกนั้นเป็นแค่การจำหน่ายกาแฟบรรจุกล่องเพื่อขายตามซุปเปอร์มาร์เกต แต่ต่อมาเมื่อได้รับความนิยมมากขึ้นก็ได้มีการเปิดสาขาแรกที่นครโฮจิมินห์เมื่อปี 2002 และในปี 2009 ก็ได้มีการขยายสาขาไปยัง 6 เมืองใหญ่ของเวียดนามและมีสาขาไม่ต่ำกว่า 80 สาขา

ปัจจุบันร้านกาแฟไฮแลนด์มีสาขาอยู่มากมายไปทั่วทั้งประเทศเวียดนาม โดยนอกจากพวกเมนูกาแฟแล้วก็ยังเมนูน้ำปั่นซึ่งมีอยู่หลากหลายเมนู นอกจากนั้นยังมีขนมปังที่เอาไว้ทานคู่กับเครื่องดื่มและยังได้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งเมล็ดกาแฟคั่วบดและสินค้าของที่ระลึกทั้งกระติกน้ำ แก้วน้ำและอื่นๆอีกมากมาย ส่นราคาเท่าที่ผมลองคำนวณเป็นเงินไทยก็พบว่าไม่ค่อยต่างจากราคาที่ขายในร้านอเมซอนมากนัก ส่วนเรื่องรสชาติคงแล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล โดยร้านกาแฟไฮแลนด์ที่ผมได้ไปเก็บภาพบรรยากาศมาก็เป็นสาขาที่อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟในกรุงฮานอย


ไฮแลนด์คอฟฟี่ เป็นร้านกาแฟชื่อดังสัญชาติเวียดนาม
โดยก่อตั้งครั้งแรกในปี 1999

จุดสั่งเครื่องดื่มซึ่งผมสังเกตุมีเมนูให้เลือกค่อนข้างเยอะ
ไม่ต่างจากร้านกาแฟอเมซอนในบ้านเรา

ขนมปังหลากหลายไว้ทานคู่กับพวกกาแฟและเครื่องดื่ม

สินค้าต่างๆที่มีจำหน่ายภายในร้านซึ่งจะมีทั้ง
กระติกน้ำ แก้วน้ำ เมล็ดกาแฟคั่วบด

บรรยากาศภายในร้านกาแฟไฮแลนด์
โดยสาขานี้อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟในกรุงฮานอย

ผมลองสั่งมา 1 เมนูซึ่งก็คือคุ้กกี้แอนด์ครีมปั่น
ราคาแก้วนึงก็ไม่ต่างจากร้านอเมซอนบ้านเรา


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
18 เมษายน 2567

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2567

 

EP.144 ศูนย์อาหารที่
สนามบินสุวรรณภูมิ


สวัสดีวันสงกรานต์ครับผู้อ่านทุกๆท่าน วันเวลาก็ช่างผ่านไปเร็วไวเสียจริงๆจากปีใหม่เผลอแปปเดียวก็เข้าสู่เทศกาลสาดน้ำสงกรานต์กันอีกแล้ว โดยสงกรานต์ปีนี้ผมก็ไม่ได้เดินทางไปไหนแต่สำหรับท่านใดที่เดินทางกลับบ้านหรือท่องเที่ยวก็ขอให้เดินทางถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพและมีความสุขกับช่วงหยุดยาวก่อนที่จะกลับมาสู้งานกันใหม่ในกรุงเทพมหานคร

สำหรับในบทความนี้ผมก็จะเขียนเรื่องราวที่อิงกับการเดินทางสักหน่อยครับ แม้อาจจะไม่ใช่เรื่องราวของการแนะนำการเดินทางแต่ในบทความนี้ผมจะมาเขียนถึงศูนย์อาหารซึ่งตั้งอยู่ในสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งแน่นอนครับว่าสนามบินสุวรรณภูมิเปรียบดั่งประตูของเมืองไทยที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ โดยในแต่ละวันจะมีไฟลท์ของหลายสายการบินมาที่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งนั่นก็หมายความว่าในทุกๆวันจะมีนักท่องเที่ยวเดินกันให้ขวักไขว่เต็มไปหมด

ผู้โดยสารที่เดินทางมาที่สุวรรณภูมิก็มีหลายคนที่มักจะหาอะไรทานแต่อย่างที่เราทราบกันดีครับว่าของกินในสนามบินทุกแห่งหนมักจะมีราคาแพงคูณเพิ่มไปอีกหลายเท่าจากร้านภายนอกซึ่งการที่จะให้ผู้โดยสารไปหาอะไรทานข้างนอกสนามบินก็อาจจะดูไม่สะดวกนักซึ่งเรื่องนี้ทางสนามบินสุวรรณภูมิก็ได้มีการทำจุดของศูนย์อาหารซึ่งอยู่ภายในสนามบินขึ้นมาซึ่งมีชื่อว่า เมจิกฟู้ดพอยท์

สำหรับศูนย์อาหารเมจิกฟู้ดพอยท์ก็ตั้งอยู่บริเวณอาคารผู้โดยสารชั้น 1 ตรงประตู 8 ซึ่งจุดนี้จะเป็นศูนย์รวมอาหารซึ่งมีค่อนข้างหลากหลายและมักจะมีผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติแวะมานั่งทานกันค่อนข้างพอสมควร เนื่องจากว่าเป็นศูนย์อาหารที่มีราคาย่อมเยาว์ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยที่เมนูของอาหารจะเริ่มต้นที่จานละ 50 บาทซึ่งราคาก็ไม่แตกต่างจากร้านอาหารภายนอกมากนักและอีกหนึ่งจุดที่ทำให้เป็นสิ่งดึงดูดผู้คนนอกจากราคาแล้วก็คือเรื่องของรสชาติ โดยเฉพาะร้านข้าวมันไก่ที่หลายคนยกย่องให้ว่ามีความอร่อยและถูกปากยิ่งนัก


เมจิกฟู้ดพอยท์ คือ ชื่อของศูนย์อาหารที่สนามบินสุวรรณภูมิ
โดยตั้งอยู่ที่อาคารผู้โดยสารชั้น 1 ประตู 8

จุดรับแลกคูปองตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณทางเข้าออก

อาหารมีค่อนข้างหลากหลายซึ่งราคาก็ย่อมเยาว์
โดยจะเริ่มต้นที่จานละ 50 บาท

เมนูอาหารมีทั้งอาหารไทยและอาหารจากต่างประเทศ

จุดขายเครื่องดื่มซึ่งมีน้ำเปล่า น้ำอัดลม
รวมไปถึงน้ำผลไม้ปั่น

ในทุกๆวันจะมีผู้คนมานั่งรับประทานอาหาร
ที่เมจิกฟู้ดพอยท์กันเป็นจำนวนมาก


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
12 เมษายน 2567

วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2567

 

EP.143 แพขนานยนต์ข้ามฟาก
ปีนัง - บัตเตอร์เวิร์ธ


การเดินทางไปยังเกาะปีนังของประเทศมาเลเซียที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการนั่งเรือหรือจะเรียกว่าแพขนานยนต์ก็ได้ สาเหตุก็เพราะว่าการเดินทางด้วยวิธีนี้เป็นการเดินทางที่มีราคาถูกที่สุด โดยผมได้ใช้บริการแพขนานยนต์ข้ามฟากจากฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธไปยังฝั่งปีนังและเที่ยวจากปีนังกลับไปที่บัตเตอร์เวิร์ธ โดยในบทความนี้ผมจะเน้นเขียนเกี่ยวกับการเดินทางจากฝั่งปีนังมายังฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธ

สำหรับการเดินทางด้วยแพขนานยนต์จากฝั่งปีนังมายังฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธจะมีราคาค่าโดยสารเพียงแค่ 2 ริงกิตหรือประมาณ 14 บาทแต่การจ่ายเงินจะไม่สามารถจ่ายด้วยเงินสดได้โดยจะต้องจ่ายผ่านแอพหรือไม่ก็บัตรเดบิตเท่านั้น ส่วนรอบการเดินทางจะมีให้บริการอยู่หลายรอบ โดยที่รอบแรกจะเริ่มให้บริการประมาณช่วงเช้า 7 โมงกว่า ขณะที่ในรอบสุดท้ายก็ประมาณ 4 ทุ่มกว่า

ผมเลือกเดินทางในช่วงเวลาประมาณบ่าย 2 โมงก็สังเกตุเห็นว่าแม้จะเป็นการเดินทางในช่วงวันธรรมดาแต่ก็มีผู้โดยสารมาใช้บริการกันอย่างมากมาย เพราะแพขนานยนต์นี้สามารถรองรับได้ทั้งคนเดินเท้ารวมไปถึงมอเตอร์ไซค์ซึ่งจะมีการแบ่งจุดกันอย่างชัดเจน โดยด้านในจะเป็นห้องแอร์ปรับอากาศซึ่งห้องนี้จัดไว้เฉพาะคนเดินเท้าเท่านั้น ส่วนผู้ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ก็จะต้องจอดมอเตอร์ไซค์อยู่ด้านนอกแต่ถ้าใครอยากจะเข้ามานั่งด้านในก็สามารถทำได้เช่นกัน

ส่วนเวลาที่ใช้ในการเดินทางก็ไม่นานนัก โดยเมื่อแพขนานยนต์จอดเทียบท่าถึงฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธเรียบร้อยก็จะเห็นว่ามีผู้โดยสารอีกจำนวนหนึ่งที่กำลังรอขึ้นแพขนานยนต์เพื่อจะข้ามไปยังฝั่งปีนัง โดยเมื่อผมเดินทางมาถึงฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธผมก็ได้สำรวจบรรยากาศซึ่งก็ได้เดินเข้าไปที่ปีนังเซ็นทรัลซึ่งก็เปรียบเสมือนห้างสรรพสินค้ารวมไปถึงได้เดินไปที่จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารของที่สถานีบัตเตอร์เวิร์ธซึ่งจุดนี้ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วเดินทางไปยังสถานีต่างๆได้ไม่ว่าจะเป็น ปาดังเบซาร์ อลอสตาร์รวมไปถึงสุไหงเปตานี


ทางเดินที่เกาะปีนังซึ่งเป็นจุดที่จะไปขึ้นแพขนานยนต์ข้ามฟาก
เพื่อไปยังฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธ

จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารที่ฝั่งเกาะปีนัง
โดยไม่รับเป็นเงินสดซึ่งต้องจ่ายผ่านแอพหรือบัตรเดบิตเท่านั้น

จุดที่นั่งรอของผู้โดยสาร

แพขนานยนต์ข้ามฟากจากฝั่งปีนังไปยังฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธ
จะให้บริการทั้งคนเดินเท้าและผู้ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์

จุดที่นั่งของผู้โดยสารภายในแพขนานยนต์
ซึ่งด้านภายในจะเป็นห้องแอร์ปรับอากาศ

ผู้ที่ขี่มอเตอร์ไซค์จะต้องจอดรถตรงด้านนอก

บรรยากาศระหว่างทางที่อยู่บนแพขนานยนต์

เมื่อแพขนานยนต์จอดเทียบท่าที่ฝั่งบัตเตอร์เวิร์ธ
ผมก็ได้เดินสำรวจบรรยากาศที่ห้างปีนัง เซ็นทรัล

จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารที่สถานีบัตเตอร์เวิร์ธ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
4 เมษายน 2567