วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2567

 

EP.141 จุดพักรถเมืองขวา


เมืองขวาเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแขวงพงสาลีซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว โดยเมืองขวาถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเดินทางเชื่อมต่อกันระหว่างลาวกับประเทศเวียดนาม โดยเมื่อช่วงก่อนสิ้นปี 2023 ผมได้มีโอกาสแวะไปที่เมืองขวา แต่ไม่ได้เป็นการไปท่องเที่ยวแต่เป็นแค่เพียงการแวะพักในระยะเวลาไม่นานนักซึ่งในครั้งนั้นผมได้เดินทางจากอุดมไซและจะไปยังเดียนเบียนฟูซึ่งรถบัสก็จะมาจอดแวะพักที่เมืองขวาแห่งนี้นี่เอง

สำหรับพื้นที่ของจุดพักรถที่เมืองขวาในแขวงพงสาลีจะเป็นจุดที่มีพวกรถบัสโดยสารมาจอดแวะพักกันอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นรถที่วิ่งในเส้นทางของประเทศลาวรวมไปถึงรถบัสที่วิ่งข้ามประเทศระหว่างลาวกับเวียดนามซึ่งการที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นทางเนินขึ้นเขาซึ่งมีทางโค้งอยู่จำนวนมาก แต่เมื่อพอมาถึงจุดแวะพักก็อาจจะพอทำให้เหล่าคนเดินทางอาจจะรู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้บ้าง เนื่องจากวิวทิวทัศน์ของจุดพักรถเมืองขวาจะมีวิวของภูเขาธรรมชาติและวิวของแม่น้ำอูซึ่งมีความสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว

ส่วนบรรยากาศของจุดพักรถเมืองขวาก็จะมีพวกร้านค้าและร้านอาหารเปิดให้บริการแก่ผู้ที่มาแวะพัก โดยมีอาหารท้องถิ่นของทางลาซึ่งผมดูแล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากอาหารทางภาคอีสานของเมืองไทยรวมทั้งพวกร้านค้าต่างๆก็จะมีการจำหน่ายพวกเครื่องดื่มและของที่ระลึกต่างๆ ขณะเดียวกันก็ยังมีพวกบรรดากลุ่มชาติพันธ์ุนำสินค้ามาวางขายแบบแบกะดินซึ่งบรรยากาศของจุดพักเมืองเมืองขวาในแต่ละวันค่อนข้างจะคึกคัก เพราะจะมีรถโดยสารมาจอดแวะพักกันตลอดทั้งรถที่จะไปเวียดนามหรือรถที่จะไปทางหลวงพระบางซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของ สปป.ลาว


จุดพักรถเมืองขวาเป็นจุดพักรถที่ตั้งอยู่ในประเทศลาว

พื้นที่ของเมืองขวาจะตั้งอยู่ในแขวงพงสาลี
ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว

วิวทิวทัศน์บริเวณจุดพักรถจะมีความเป็นธรรมชาติอยู่สูง
ทั้งวิวของภูเขาต้นไม้และแม่น้ำ

ร้านค้าที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจุดพักรถ
ซึ่งจะมีพวกขนม เครื่องดื่มขายให้แก่ผู้คน

กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศลาว
ได้มีการนำสินค้าพวกผักไม้มาวางขายแบบแบกะดิน

อาหารที่มีขายบริเวณของจุดพักรถเมืองขวา
ซึ่งส่วนมากเป็นอาหารที่คล้ายๆกับอาหารอีสานของเมืองไทย

บรรดาผู้โดยสารมานั่งรับประทานอาหาร
โดยช่วงที่รถจอดแวะพักเป็นช่วงเวลาประมาณเที่ยงวัน

รถมินิบัสคันสีขาวเป็นคันที่ผมได้โดยสารมา
โดยผมนั่งจากอุดมไซและจะไปเดียนเบียนฟูในประเทศเวียดนาม


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
19 มีนาคม 2567

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2567

 

EP.140 ตลาดท้องถิ่นงาเซ็ม


สิ่งที่ผมต้องทำทุกครั้งในการท่องเที่ยวต่างประเทศก็คือ การเดินตลาด แล้วต้องเป็นตลาดในสไตล์ท้องถิ่นที่ส่วนใหญ่แล้วจะมีแต่ผู้คนท้องถิ่นไปเดินกัน เนื่องจากว่าผมต้องการไปซึมซับความเป็นท้องถิ่นแท้ๆไม่ใช่ไปเดินตลาดที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่ตลาดเพื่อนักท่องเที่ยวผมจะเรียกว่า ตลาดทัวร์ลง ซึ่งจะเต็มไปด้วยความวุ่นวายและบรรยากาศก็จะเป็นแบบที่พ่อค้าแม่ค้าพยายามยัดเยียดขายของให้แก่นักท่องเที่ยว

สำหรับตลาดท้องถิ่นส่วนมากจะไม่ได้มีความหรูหราสะอาดสวยงามอะไรนัก เพราะจะเป็นบรรยากาศสไตล์ท้องถิ่น ส่วนคนขายกับคนซื้อก็จะเป็นคนท้องถิ่นส่วนสินค้าส่วนมากก็จะเป็นของที่ใช้ในการดำรงชีพซึ่งมีอยู่อย่างมากมายทั้งของกินและของใช้ โดยตลาดท้องถิ่นที่ผมจะมาเขียนเล่าเรื่องราวในครั้งนี้ก็คือ ตลาดงาเซ็ม ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองยอร์กยาการ์ตาของประเทศอินโดนีเซีย

ตลาดท้องถิ่นงาเซ็มเป็นตลาดที่ตั้งอยู่ในย่านแหล่งท่องเที่ยวของเมืองยอร์กยาการ์ตา เพราะว่าอยู่ใกล้กับทั้งพิพิธภัณฑ์รถม้ารวมไปถึงโรงอาบน้ำเก่าของสุลต่าน แต่ตลาดงาเซ็มก็ไม่ได้เป็นตลาดที่ถูกดัดแปลงให้เป็นตลาดสำหรับการท่องเที่ยวเหมือนที่อื่นๆ เพราะบรรยากาศของที่นี่ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายแบบบ้านๆและความเป็นท้องถิ่นค่อนข้างสูงซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าที่มีความจำเป็นในการดำรงชีพทั้งพวกของที่ใช้ประกอบอาหารทั้งพวกเครื่องแกงต่างๆรวมไปถึงบรรดาผักและผลไม้ นอกจากนั้นก็ยังมีพวกเครื่องใช้ที่จำเป็นทั้งอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านรวมไปถึงพวกภาชนะต่างๆ

ผมเดินสำรวจบรรยากาศที่ตลาดงาเซ็มก็เจอกับสินค้ามากมายและยังมีสินค้าแบบพื้นเมืองของทางอินโดนีเซียรวมไปถึงร้านอาหารที่ขายอาหารท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวในสไตล์อินโดที่จะใส่ลูกชิ้นขนาดไซส์ใหญ่และเมนู โซโต ซึ่งเป็นซุปสไตล์อินโดนีเซีย ส่วนพวกกลุ่มคนที่มาเดินซื้อของจับจ่ายก็เป็นกลุ่มชาวบ้านท้องถิ่นและบรรยากาศก็ดูแบบเป็นกันเองซึ่งนี่แหละคือบรรยากาศที่ผมชื่นชอบ เพราะการได้ไปสัมผัสความเป็นท้องถิ่นของแต่ละประเทศก็เหมือนทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของพวกเขาซึ่งไม่ได้มีการจัดฉากหรือปรุงแต่งจนเสน่ห์ความเป็นท้องถิ่นเลือนหายไป


ตลาดท้องถิ่นงาเซ็ม ตั้งอยู่ในเมืองยอร์กยาการ์ตา
ในประเทศอินโดนีเซีย

ตลาดงาเซ็มมีบรรยากาศแบบท้องถิ่น แม้จะตั้งอยู่ใน
แหล่งท่องเที่ยวแต่ความเป็นท้องถิ่นก็ไม่จางหายไปไหน

สินค้าภายในตลาดงาเซ็มก็มีอยู่อย่างมากมาย
อย่างภาพนี้ก็คือเครื่องแกงที่ใช้ประกอบอาหาร

พวกบรรดาผักต่างๆทั้งพริกสด มะนาว แครอท
และผักชนิดอื่นๆมีให้เห็นอยู่อย่างมากมาย

ขนมทานเล่นของอินโดนีเซีย
โดยบางอย่างก็คล้ายของกินที่เมืองไทย

ร้านนี้ขายสินค้าพื้นเมืองรวมไปถึงเมนูอาหารท้องถิ่น
ซึ่งก็มี โซโต ซึ่งคือซุปของทางอินโดนีเซีย

เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเป็นสิ่งที่มักอยู่คู่กับตลาด


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
11 มีนาคม 2567

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567

 

EP.139 กำแพงกระเบื้องโมเสก


งานจิตรกรรมฝาผนังเป็นงานศิลปะที่มีอยู่ให้เห็นกันแทบทุกมุมโลก โดยแต่ละจุดต่างก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป ขณะที่งานจิตรกรรมฝาผนังในกรุงฮานอยของประเทศเวียดนามก็มีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน โดยงานจิตรกรรมฝาผนังในกรุงฮานอยต่างก็ถูกขนานนามว่า ถนนเซรามิก ซึ่งเป็นงานจิตรกรรมฝาผนังที่ใช้กระเบื้องเซรามิกหรืองานโมเสกเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างสรรค์ผลงาน

สำหรับถนนเซรามิกในกรุงฮานอยมีความยาวประมาณ 6.5 กิโลเมตร โดยผลงานจิตรกรรมฝานังจากกระเบื้องโมเสกถูกรังสรรค์จากบรรดากลุ่มศิลปินชาวเวียดนามและยังมีศิลปินจากต่างชาติที่ร่วมสร้างผลงานชิ้นนี้เช่นเดียวกับองค์กรและสถาบันจากทั้งเยอรมัน อิตาลี สหราชอาณาจักร รัสเซียรวมไปถึงเกาหลีใต้ที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานกำแพงกระเบื้องโมเสกขึ้นมา

ผมได้มีโอกาสไปเดินสำรวจดูกำแพงกระเบื้องโมเสกมาเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาซึ่งจากที่ได้สำรวจดูก็พบว่าภาพต่างๆที่อยู่บนกำแพงมักจะเป็นภาพที่บอกเรื่องราวของประวัติศาสตร์ของประเทศเวียดนามรวมถึงวัฒนธรรมต่างๆ นอกจากนั้นยังมีภาพที่เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงฮานอยอย่างเช่น เจดีย์เสาเดียว ซึ่งภาพจิตรกรรมฝาผนังกระเบื้องโมเสกได้ถูกบันทึกจากกินเนส์เวิล์ดเรคคอร์ดว่าเป็นกำแพงกระเบื้องโมเสกที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ส่วนบรรยากาศบริเวณจุดชมวิวกำแพงกระเบื้องโมเสกต้องยอมรับว่าค่อนข้างที่จะดูวุ่นวายเนื่องจากกำแพงกระเบื้องโมเสกหรือถนนเซรามิกตั้งอยู่ติดกับถนนสายหลักที่มีการจราจรพลุกพล่านรวมถึงยังมีปัญหาเรื่องฝุ่นควันและมลพิษ ทำให้การที่จะเดินชมงานจิตรกรรมฝาผนังของถนนเซรามิกคงอาจจะต้องหาหน้ากากอนามัยมาสวมใส่เพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศขณะที่มลพิษทางเสียงก็มีอยู่ไม่น้อย เนื่องจากการจราจรของที่เวียดนามมักจะมีการบีบแตรกันเป็นประจำนั่นจึงทำให้การเดินชมกำแพงกระเบื้องโมเสกอาจจะต้องใช้ความอดทนกันสักหน่อย


กำแพงกระเบื้องโมเสกหรือถนนเซรามิก
เป็นงานจิตรกรรมฝาผนังที่ตั้งอยู่ในกรุงฮานอยของประเทศเวียดนาม

ภาพบนกำแพงกระเบื้องโมเสกจะบอกเล่าถึงวัฒนธรรม
วิถีชีวิตรวมไปถึงประวัติศาสตร์ของทางเวียดนาม

กำแพงกระบื้องโมเสกมีความยาวกว่า 6.5 กิโลเมตร
และถูกบันทึกให้เป็นกำแพงกระบื้องโมเสกที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ภาพจิตรกรรมฝาผนังได้รับการรังสรรค์จากจิตรกรชาวเวียดนาม
รวมไปถึงองค์กรและสถาบันการศึกษาของต่างประเทศ

ระหว่างที่เดินชม ผมก็ได้ยินเสียงการบีบแตรดังสนั่น
เพราะถนนเซรามิกตั้งอยู่ในย่านที่วุ่นวายอีกแห่งหนึ่งในกรุงฮานอย


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
5 มีนาคม 2567

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567

 

EP.138 สุสานทหารอเมริกัน
แห่งกรุงมะนิลา


สหรัฐอเมริกาเคยได้เข้ามาครอบครองฟิลิปปินส์เป็นระยะเวลาเกือบ 50 ปีแม้ว่าจะน้อยกว่าที่สเปนครอบครองฟิลิปปินส์อยู่หลายเท่าตัว แต่อิทธิพลของอเมริกาส่งผลมากกว่าอิทธิพลของสเปนอยู่หลายเท่าตัวนั่นจึงทำให้ฟิลิปปินส์ได้รับวัฒนธรรมแบบอเมริกันมาอยู่มาพอสมควร สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือเรื่องของกีฬาบาสเกตบอลและความนิยมในแบรนด์ยี่ห้อไนกี้ซึ่งแม้ปัจจุบันฟิลิปปินส์มีเอกราชเป็นของตนเองแล้ว แต่อิทธิพลจากอเมริกาก็ยังคงมีในประเทศนี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยถ้าหากย้อนกลับไปในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟิลิิปปินส์ก็เป็นอีกหนึ่งชาติอยู่ร่วมเดียวกับทางสหรัฐอเมริกาซึ่งก็คือฝ่ายสัมพันธมิตร โดยฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในฐานทัพสำคัญของกองทัพอเมริกาโดยมีศึกสงครามใหญ่ๆที่อเมริกาสู้รบกับทางฝ่ายอักษะทั้งสมรภูมิในทะเลจีนใต้หรือการสู้รบทางมหาสมุทรแปซิฟิกและก็แน่นอนครับว่าเมื่อมีสงครามเกิดขึ้นสิ่งที่เป็นผลตามมาก็คือความสูญเสีย โดยสมรภูมิการสู้รบในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้มีทหารของฝ่ายอเมริกันและฟิลิปปินส์ล้มตายกันไปไม่น้อย

เมื่อมีเหตุทหารเสียชีวิตในช่วงสงคราม แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาในภายหลังก็คือการสดุดีให้เกียรติแก่บรรดาทหารผู้กล้าหาญผู้เสียสละชีวิตในยุคสงคราม โดยสิ่งที่เป็นการไว้อาลัยและรำลึกแก่บรรดาวีรบุรุษที่เสียชีวิตในสงครามก็คือการสร้างสุสาน โดยที่กรุงมะนิลาเมืองหลวงของฟิลิปปินส์ก็มีสุสานทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยเช่นกัน โดยสุสานทหารแห่งนี้จะเน้นบรรดาทหารอเมริกันที่เสียชีวิตจากยุคสงคราม แต่ก็มีทหารจากฝ่ายสัมพันธมิตรของชาติอื่นๆปะปนมาบ้างทั้งฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย อินเดีย

ปัจจุบันสุสานทหารอเมริกันในกรุงมะนิลาเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมกันฟรีในทุกๆวัน แต่ก่อนที่จะเข้าไปชมก็จะมี รปภ.เข้ามาสอบถามพูดคุยเล็กน้อยและทางที่ดีควรนำพาสปอร์ตติดตัวไปด้วยเพราะเจ้าหน้าที่จะทำการขอดูเพราะสถานที่แห่งนี้อยู่ในความดูแลจากหน่วยงานของภาครัฐและอีกประการนึงคือการที่เป็นสุสานทหารทำให้การเข้าไปเที่ยวชมควรดูด้วยความสำรวมและให้เกียรติสถานที่ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ผู้วายชนม์ซึ่งพวกเขาทั้งหมดต่างก็เป็นวีรบุรุษผู้เสียสละชีพจากยุคสงครามด้วยกันทั้งสิ้น


สุสานทหารอเมริกันแห่งกรุงมะนิลาเป็นสถานที่รำลึกถึง
บรรดาวีรบุรุษที่เสียสละชีวิตในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2

บรรยากาศภายในพื้นที่จะเต็มไปด้วยไม้กางเขน
ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการไปสู่สุคติตามหลักศาสนาคริสต์

เนื้อที่ของสุสานทหารมีความกว้างพอสมควร
และมีการจัดระเบียบจนดูสะอาดสวยงาม

บริเวณด้านตรงกลางของสุสานทหารที่กรุงมะนิลา
จะมีเหมือนกันอนุสาวรีย์ซึ่งมีความเกี่ยวกับทางการทหาร

แผนผังการสู้รบในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 
.ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 -20 มิถุนายน 1944


รายชื่อทั้งหมดของนายทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2
ซึ่งจะมีการบอกยศ หน่วยที่สังกัด


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkmetalfootallTravel
1 มีนาคม 2567

วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

 

EP.137 จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า
สายสีเขียว - สายสีชมพู


ปัจจุบันพื้นที่ของกรุงเทพมหานครรวมไปถึงพื้นที่ในเขตปริมณฑลต่างก็มีความเจริญขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้มีการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าขึ้นมาอย่างมากมายและในปัจจุบันมีรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแก่พี่น้องประชาชนหลากหลายสายซึ่งเมื่อมีรถไฟฟ้าอยู่หลายสาย ทำให้ได้เกิดจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าอยู่หลายแห่ง โดยหนึ่งในนั้นก็คือจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับสายสีชมพูที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ

ช่วงที่รถไฟฟ้าสายสีชมพูเปิดให้บริการใหม่ๆก็ตรงกับช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนของปี 2566 ซึ่งผมก็ไม่พลาดที่จะไปทดลองนั่งโดยช่วงแรกๆเป็นการให้บริการฟรีแต่ในปัจจุบันได้มีการคิดอัตราค่าโดยสารไม่ต่างจากรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ส่วนเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีชมพูนั้นก็มีอยู่มากมายครับแต่สถานีที่สำคัญที่จะมีผู้โดยสารมาใช้บริการกันค่อนข้างเยอะก็คือ สถานีวัดพระศรีมหาธาตุซึ่งตั้งอยู่ในเขตบางเขน

สำหรับสถานีวัดพระศรีมหาธาตุนั้นเป็นหนึ่งในเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงคูคต - หมอชิต โดยเริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2563 และเมื่อรถไฟฟ้าสายสีชมเปิดให้บริการเมื่อปลายปีที่แล้วก็ทำให้ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างรถไฟฟ้าสายสีชมพูและรถไฟฟ้าสายสีเขียวซึ่งถ้าหากใครต้องการเดินทางไปโซนมีนบุรีก็ให้มาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนใครที่ต้องการเดินทางไปโซนทางจตุจักร อนุสาวรีย์ชัย พร้อมพงษ์ เอกมัยหรือปากน้ำก็ให้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว


สถานีรถไฟฟ้าวัดพระศรีมหาธาตุในปัจจุบัน
เป็นหนึ่งในจุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับสายสีชมพู

การจะเดินไปยังสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพูก็ให้ใช้
บริเวณจุดทางออกที่ 2

จุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีเขียวกับสายสีชมพู
โดยภาพนี้ผมถ่ายตอนช่วงปลายปีที่แล้วซึ่งยังให้บริการฟรี

ทางเดินสกายวอล์คที่เชื่อมต่อระหว่างสายสีเขียวกับสายชมพู

บรรยากาศของสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู
ซึ่งตั้งอยู่ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
16 กุมภาพันธ์ 2567

วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

 

EP.136 บังเกอร์นายพลทหารฝรั่งเศส


ยุทธการเดียนเบียนฟูเป็นสงครามระหว่างฝ่ายฝรั่งเศสกับฝ่ายเวียดนาม โดยเกิดขึ้นในช่วงยุคทศวรรษที่ 50 ซึ่งในสมัยก่อนฝรั่งเศสคือเจ้าอาณานิคมของเวียดนาม แต่เมื่อมีกลุ่มชาวเวียดนามผู้รักชาติได้ลุกฮือต่อต้านการตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของฝรั่งเศส ทำให้สงครามเกิดขึ้นและยุทธการเดียนเบียนฟูก็ได้มีสงครามปะทะกันระหว่าง 2 ฝ่ายซึ่งกินระยะเวลา 1 เดือนกว่าจนในที่สุดฝ่ายกองทัพเวียดนามก็มีชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในปีคริสตศักราช 1954

สำหรับในยุคปัจจุบันเมืองเดียนเบียนฟูคือเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนามและเป็นเมืองที่มีพรมแดนติดกับประเทศลาว ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่เดียนเบียนฟูเมื่อช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมาซึ่งการเที่ยวที่เมืองเดียนเบียนฟูของผมตลอดทั้ง 4 วัน ผมเน้นในการเดินเที่ยวสำรวจบรรยากาศในตัวเมือง โดยสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆของเมืองเดียนเบียนฟูมักจะมีความเกี่ยวข้องกับสงคราม เพราะที่เมืองแห่งนี้ในอดีตก็คือสมรภูมิการสู้รบกันระหว่างกองทัพเวียดนามกับกองทัพฝรั่งเศส

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเดียนเบียนฟูผมได้ไปสำรวจอยู่หลายแห่งโดยหนึ่งในนั้นก็คือ บังเกอร์นายพลทหารฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกับสะพานเมืองทันห์ สำหรับบังเกอร์นายพลทหารฝรั่งเศสในครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ที่กองทัพฝรั่งเศสใช้เป็นฐานทัพในการบัญชาแผนการรบ นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่พักของทหารระดับยศนายพลของทางฝ่ายฝรั่งเศส โดยบรรยากาศของตัวบังเกอร์จะมีลักษณะที่ถูกสร้างโดยการใช้ปูนซีเมนต์ก่อให้สูงซึ่งจะมีบันไดทางลงไปยังชั้นด้านล่างซึ่งจะเป็นจุดของฐานทัพที่ใช้ในการวางแผนการสู้รบ

สำหรับจุดชั้นล่างจะถูกแบ่งห้องทั้งในส่วนของห้องบัญชาแผนการรบพร้อมกับโต๊ะเก้าอี้สีเขียว นอกจากนั้นยังมีแผนที่เส้นทางที่บอกพิกัดในสมรภูมิของการสู้รบซึ่งจากการที่ผมสำรวจดูแล้วแม้ว่าจะเป็นบังเกอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาแบบชั่วคราว แต่ลักษณะด้านภายในก็ดูไม่อึดอัดมีขนาดกว้างมากพอที่จะเข้าไปพักผ่อนหรือใช้ในการวางแผนการรบซึ่งดูแตกต่างจากอุโมงค์กูจีในนครโฮจิมินห์ซึ่งทหารเวียดนามใช้ในการซุ่มโจมตีศัตรูซึ่งมีลักษณะเล็กแคบและอึดอัด โดยปัจจุบันบังเกอร์นายพลฝรั่งเศสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของเมืองเดียนเบียนฟูและเปิดให้เข้าชมกันทุกวัน โดยมีราคาค่าเข้าชมอยู่ที่ 20000 ดงหรือประมาณ 30 บาท


บังเกอร์นายพลทหารฝรั่งเศสเป็นหนึ่งใน
สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของเมืองเดียนเบียนฟู

จุดจำหน่ายตั๋วค่าเข้าชมโดยตีเป็นเงินไทยประมาณ 30 บาท

บังเกอร์นายพลทหารฝรั่งเศสถูกก่อสร้างด้วยปูนซีเมนต์
โดยเป็นสถานที่บัญชาแผนการรบของทหารฝรั่งเศส

บริเวณชั้นล่างจะเป็นทางเดินชมจุดต่างๆซึ่งถูกแบ่งเป็นห้อง
โดยหลักๆจะเป็นจุดที่ใช้วางแผนการสู้รบ

ห้องที่ใช้ในการบัญชาการสู้รบซึ่งจะมีทั้งแผนที่
โต๊ะและเก้าอี้สีเขียว

บังเกอร์นายพลทหารฝรั่งเศสของเมืองเดียนเบียนฟู
มีลักษณะกว้างไม่อึดอัดและเดินได้แบบสบายๆ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
8 กุมภาพันธ์ 2567

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

 

EP.135 ซอยแห่งสตรีทอาร์ต


ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกต่างก็ให้การยอมรับกับงานศิลปะบนกำแพงหรือที่ถูกเรียกกันสั้นๆในชื่อของ สตรีทอาร์ต ซึ่งเป็นสิ่งที่ถือกำเนิดเกิดขึ้นในทวีปยุโรปและปัจจุบันวัฒนธรรมก็แพร่หลายไปยังหลายประเทศทั่วโลกซึ่งในเมืองไทยของเราเองก็มีงานสตรีทอาร์ตกันอย่างมากมายและถ้าหากให้นับดูแล้วผมว่าคงนับกันไม่หวาดไม่ไหว ขณะที่ในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทยอย่างเวียดนามก็มีงานสตรีทอาร์ตให้ได้ชมกันอยู่ไม่น้อย โดยหนึ่งในจุดชมสตรีทอาร์ตที่มีความน่าสนใจก็คือที่เมืองดานังซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ

ผมไปเที่ยวดานังครั้งล่าสุดก็ตอนปลายปี 2023 ซึ่งผมมีเวลาไม่เยอะมากส่วนมากจึงเน้นสำรวจเมืองและก็ได้ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวจากในกูเกิลแมพซึ่งก็ค้นพบกับซอยแห่งหนึ่งซึ่งไม่ใช่ซอยธรรมดาเพราะภายในซอยจะเต็มไปด้วยภาพสตรีทอาร์ตที่ถูกรังสรรค์อยู่บนกำแพง โดยภาพสตรีทอาร์ตเหล่านี้มีให้ชมกันอย่างมากมายไปตลอดทั้งซอยซึ่งผลงานเหล่านี้ก็มาจากฝีมือของกลุ่มกราฟฟิตี้ฝีมือดีชาวเวียดนามรวมไปถึงชาวต่างชาติบางส่วน

สำหรับภาพสตรีทอาร์ตที่สามารถพบเห็นได้ในซอยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภาพที่บอกเล่าเรื่องราววิถึชีวิตของชาวเมืองดานังซึ่งส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพด้วยการเป็นชาวประมงซึ่งที่ถูกสื่อออกมาก็จะเกี่ยวกับเรือหาปลาบางภาพก็เป็นเรือกระด้ง นอกจากนั้นก็ยังมีภาพอื่นๆที่ไม่ได้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวเวียดนามให้ได้ชมกันอย่างมากมาย โดยการที่งานสตรีทอาร์ตเหล่านี้ตั้งอยู่ในซอยทำให้ผู้ที่เข้ามาเดินชมจะได้เห็นภาพบรรยากาศแบบท้องถิ่นจริงๆ เพราะพื้นที่ในซอยก็จะเต็มไปด้วยบ้านเรือนของชาวบ้านซึ่งขณะที่เดินชมงานสตรีทอาร์ตก็อาจจะได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ในซอยไปพร้อมๆกัน


ซอยเล็กๆแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานมังกรในเมืองดานัง
จะเต็มไปด้วยงานภาพสตรีทอาร์ตบนกำแพง

บรรยากาศภายในซอยดูค่อนข้างเล็กแต่เมื่อมีภาพสตรีทอาร์ต
ก็ทำให้พื้นที่ในซอยดูมีสีสันและมีชีวิตชีวาขึ้นมา

ภาพสตรีทอาร์ตมีอยู่มากมายให้ได้ชมกัน
ซึ่งจะมีภาพที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของชาวเมืองดานังให้ได้ชมด้วย

ภาพผู้คนพายเรือกระด้งออกหาปลา
ถือว่าเป็นภาพวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวเมืองดานัง

เรือประมงเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของเมืองดานัง
เพราะที่ดานังเป็นเมืองที่อยู่ติดกับท้องทะเล

ผู้ที่สนใจสามารถมาชมภาพสตรีทอาร์ตกันได้ตลอดเวลา
และเข้าชมกันฟรีไม่เสียค่าเข้าชม


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
2 กุมภาพันธ์ 2567