วันพุธที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

 

EP.99 ถนนมาริโอโบโร่


เวลาที่ผมออกเดินทางไม่ว่าจะในไทยหรือต่างประเทศสถานที่ที่มักจะต้องไปให้เห็นกับตาทุกครั้งก็จะมีตลาดท้องถิ่นและอีกจุดนึงที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ ถนนคนเดิน ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งที่จะได้พบเห็นวิถีชีวิตของผู้คนโดยเฉพาะในช่วงเวลายามค่ำคืนซึ่งในแต่ละประเทศก็มักจะมีถนนคนเดินไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวรวมไปถึงผู้คนท้องถิ่นที่จะมาเดินซื้อของจับจ่ายกันในช่วงเวลายามราตรี ทำให้บรรยากาศของถนนคนเดินมักจะคึกคักพอสมควร

ถนนมาริโอโบโร่เป็นถนนที่สำคัญที่ตั้งอยู่ในเมืองยอร์กยาการ์ตาของประเทศอินโดนีเซีย โดยในอดีตเป็นถนนที่ใช้ในเรื่องของการคมนาคมและการพานิชย์ซึ่งผู้ที่ก่อสร้างถนนสายนี้ขึ้นมาก็คือ เนเธอร์แลนด์ ซึ่งก็เป็นอดีตเจ้าอาณานิคมของอินโดนีเซียโดยผู้ที่อาศัยบริเวณถนนมาริโอโบโร่ในสมัยอดีตก็จะเป็นกลุ่มชาวเนเธอร์แลนด์หรือชาวดัตช์ซึ่งเป็นกลุ่มคนจากทางยุโรปที่มีฐานะ โดยจะใช้ถนนมาริโอโบโร่ในเรื่องของการเดินทางรวมไปถึงในด้านการค้าขาย

ปัจจุบันถนนมาริโอโบโร่ไม่ได้มีชาวดัตช์อาศัยเหมือนดั่งในอดีตอีกแล้ว เพราะตั้งแต่อินโดนีเซียได้รับเอกราชถนนมาริโอโบโร่ก็กลายมาเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของเมืองยอร์กยาการ์ตา โดยบรรยากาศเท่าที่ผมได้ไปเดินสำรวจก็พบว่าจะเป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านขายของมากมาย บริเวณตรงกลางเป็นถนนซึ่งรถยนต์สามารถผ่านสัญจรไปมาได้ ส่วนบริเวณริมทางก็จะสร้างเป็นทางเดินเท้าให้ผู้คนได้มาชมบรรยากาศและเดินเลือกซื้อสินค้าที่ตั้งขายกันอย่างเรียงรายเต็มทั้ง 2 ฝั่ง

นอกจากที่จะได้เห็นร้านค้าต่างๆมากมายแล้วบริเวณถนนมาริโอโบโร่ก็มักจะมีการแสดงดนตรีพื้นบ้านของอินโดนีเซียในแทบทุกๆคืนหรือพวกศิลปินที่มาร้องเพลงและเล่นดนตรีเปิดหมวก รวมไปถึงรถม้าที่จอดไว้คอยให้บริการแก่ผู้ที่สนใจจะลองนั่งเพื่อชมบรรยากาศของบริเวณถนนมาริโอโบโร่รวมไปถึงจุดต่างๆที่สำคัญในเมืองยอร์กยาการ์ตา โดยบรรยากาศในยามค่ำคืนจะคึกคักมากกว่าตอนกลางวันซึ่งดูแล้วก็ไม่แตกต่างจากถนนคนเดินในประเทศอื่นๆที่ความคึกคักมักจะอยู่ในช่วงยามราตรีหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว


ถนนมาริโอโบโร่ เป็นถนนคนเดินที่มีชื่อเสียง
ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองยอร์กยาการ์ตาของประเทศอินโดนีเซีย

ร้านรองเท้าบาจาก็มีขายอยู่บริเวณถนนมาริโอโบโร่เช่นกัน

ร้านสตรีทฟู้ดข้างทางก็มีให้เห็นได้เช่นกัน
โดยภาพนี้คือ ไก่สะเต๊ะ ซึ่งเป็นของกินขึ้นชื่อของอินโดนีเซีย

ร้านขายเสื้อผ้าคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย
เวลาไปเที่ยวบริเวณถนนคนเดินของประเทศต่างๆ

รถม้า หนึ่งในเอกลักษณ์ของเมืองยอร์กยาการ์ตา
ซึ่งจะมีให้บริการกันตลอดทั้งวัน

สตรีทฟู้ดของอินโดนีเซียมีให้เลือกทานกันอย่างมากมาย

การแสดงดนตรีพื้นบ้านของอินโดนีเซีย
มักจะมีให้เห็นกันในทุกๆค่ำคืน

มีการให้บริการเช่ารถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า
พร้อมกับมีราคาบอกแบบละเอียดชัดเจน


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
17 พฤษภาคม 2566

วันจันทร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

 

EP.98 ทามานซารี
โรงอาบน้ำของสุลต่าน


อากาศร้อนๆในช่วงเดือนเมษายนที่เพิ่งจบลงไปทำให้หลายคนอาจจะรู้สึกร้อนรน เบื่อหน่ายและไม่สบายตัวกันไปพอสมควรนะครับ พอขึ้นเดือนพฤษภาคมอากาศร้อนๆก็ยังไม่จางหายเพียงแต่เดือนนี้สำหรับเมืองไทยได้ชื่อว่าเป็นเดือนเริ่มต้นแห่งฤดูฝนซึ่งก็ต้องดูกันอีกว่าฝนจะมาถูกต้องตามฤดูกาลหรือเปล่าหรือว่าอากาศจะยังคงเพิ่มความร้อนระอุอยู่เหมือนเดิมซึ่งหลายคนมักมีคำแซวกันว่าเมืองไทยน่ะมี 3 ฤดูกาลคือ ร้อน ร้อนมากและร้อนแบบสุดๆ

ด้วยความที่อากาศร้อนของเมืองไทยประกอบกับผมมีเวลาประจวบเหมาะทำให้ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมจึงตัดสินใจหนีร้อนของเมืองไทยไปเที่ยวยังประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทยซึ่งผมได้มีโอกาสไปเป็นครั้งแรกซึ่งนั่นก็คือ อินโดนีเซีย สำหรับการไปยังแดนอิเหนาครั้งนี้ของผม ผมเลือกเดินทางไปที่เกาะชวาก่อนซึ่งบนเกาะนี้เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของอินโดนีเซียด้วยซึ่งก็คือ กรุงจาการ์ตา

การเดินทางบนเกาะชวาของผมได้ไปที่จาการ์ตา บันดุงและยอร์กยาการ์ตาซึ่งอยู่ในเส้นทางรถไฟเดียวกันบนเกาะชวา โดยที่เมืองยอร์กยาการ์ตาผมได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวอยู่สถานที่นึงซึ่งพอได้เห็นบรรยากาศแล้วก็อยากจะกระโดดลงไปในสระน้ำให้หายร้อน โดยสถานที่ที่ผมจะกล่าวถึงนี้ก็คือ ทามานซารีหรือหลายคนจะรู้จักกันดีว่าเคยเป็นอดีตโรงอาบน้ำของสุลต่านในเมืองยอร์กยาการ์ตา

ทามานซารี เป็นคำเรียกตามภาษาอินโดนีเซียซึ่งจากข้อมูลที่ผมไปอ่านมาที่แห่งนี้ครั้งนึงเคยเป็นที่ประทับและโรงอาบน้ำของบรรดาสุลต่านในเมืองยอร์กยาการ์ตา โดยเป็นสถานที่ที่จะเน้นในเรื่องของความสำราญและการพักผ่อนเป็นหลัก โดยสมัยก่อนทามานซารีจะมีบรรยากาศที่คึกคักอย่างมากช่วงหลังตะวันตกดินจะมีบรรดาผู้หญิงหลายคนมาเล่นน้ำอยู่ภายในสระ โดยจะมีสุลต่านคอยทอดพระเนตรอยู่บริเวณด้านบนทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการคัดเลือกผู้หญิงที่จะมาเป็นนางสนมและปรนนิบัติรับใช้สุลต่านในคืนนั้นนั่นเอง

ปัจจุบันทามานซารีกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งในเมืองยอร์กยาการ์ตาและไม่มีทั้งสุลต่าน นางสนมหรือใครจะมาลงเล่นน้ำในสระอีกแล้ว แต่สภาพที่ผมได้เห็ในปัจจุบันต้องถือว่าทามานซารีเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมาก ส่วนบรรยากาศภายในก็จะมีทั้งสระน้ำอยู่มาณ 2-3 สระ จุดของที่ประทับของสุลต่านและนางสนมรวมถึงบรรดาสถาปัตยกรรมต่างๆซึ่งจะเป็นในรูปแบบของทางอินโดนีเซีย


ทามานซารี หรือโรงอาบน้ำของสุลต่าน
ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองยอร์กยาการ์ตา

ทามานซารีในอดีตเคยเป็นสถานที่พักผ่อนของสุลต่าน
โดยจะมีนางสนมมาเล่นในน้ำสระพร้อมคอยปรนนิบัตสุลต่าน

จุดของห้องแต่งตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้า

ห้องบรรทมของสุลต่านและบรรดานางสนม
โดยสุลต่านจะเป็นผู้คัดเลือกนางสนมด้วยตนเอง

บรรยากาศภายในทามานซารีจะมีการปลูกต้นไม้มากมาย
ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความสดชื่นและความร่มรื่นให้แก่สถานที่

สถาปัตยกรรมต่างๆภายในทามานซารี
ล้วนแต่ได้รับการออกแบบที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของอินโดนีเซีย

ราคาค่าเข้าชมสำหรับคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
ในแต่ะวันจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอยู่ตลอด


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
1 พฤษภาคม 2566

วันอังคารที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566

 

EP.97 เรือโดยสารข้ามฟาก
ท่าฉลอม - มหาชัย


เรือโดยสารข้ามฟากแม่น้ำของประเทศไทยในยุคปัจจุบันยังคงมีให้บริการกันอยู่ในหลายพื้นที่ แม้ว่าเมืองไทยของเราจะมีการพัฒนาในเรื่องการคมนาคมโดยเฉพาะเส้นทางบนท้องถนนที่มีการก่อสร้างกันอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นเส้นทางหลักที่ผู้คนใช้สัญจรกันจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ใช่ว่าการคมนาคมด้วยเรือโดยสารจะหายไปครับ เพราะหลายพื้นที่ก็ยังมีเรือโดยสารให้บริการกันอยู่ โดยหนึ่งในเส้นทางการเดินเรือโดยสารข้ามฟากแม่น้ำที่ยังได้รับความนิยมจากผู้คนก็คือ เรือโดยสารข้ามฟากแม่น้ำท่าจีนในจังหวัดสมุทรสาคร

สำหรับเรือโดยสารข้ามฟากแม่น้ำท่าจีนของจังหวัดสมุทรสาครจะเป็นเรือที่ใช้ข้ามฟากไปมาระหว่างฝั่งท่าฉลอมและฝั่งมหาชัยซึ่งจะเปิดให้บริการทุกวัน ส่วนอัตราค่าโดยสารนั้นจะอยู่ที่คนละ 3 บาทซึ่งราคานี้จะเป็นราคามาตรฐานซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นคนเดินเท้าหรือขี่มอเตอร์ไซค์มาก็จะจ่ายในราคา 3 บาทเท่ากันทุกคน โดยเรือโดยสารสามารถรองรับได้ทั้งคนเดินเท้าและมอเตอร์ไซค์ซึ่งอาจจะแตกต่างจากบางแห่งที่จะแยกคนเดินเท้ากับมอเตอร์ไซค์ แต่ที่นี่ทั้งคนเดินเท้าและมอเตอร์ไซค์สามารถใช้เรือข้ามฟากลำเดียวกันได้

ผมมีประสบการณ์ในการใช้เรือข้ามฟากจากฝั่งท่าฉลอมและฝั่งมหาชัยอยู่พอสมควรซึ่งถึงแม้จะเป็นการนั่งเรือในระยะเวลาสั้นๆ แต่ช่วงเวลาไม่กี่นาทีนี่แหละทำให้ได้เห็นบรรยากาศต่างๆไม่ว่าจะเป็นวิวแม่น้ำท่าจีน พวกเรือประมงและเรือขนส่งสินค้า บรรดาบ้านเรือนของผู้คนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำซึ่งผู้ใช้บริการก็มีหลากหลายทั้งกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวที่จะไปนั่งรถไฟตรงสถานีบ้านแหลมก็ต้องมาใช้บริการนั่งเรือข้ามฟากแม่น้ำท่าจีนกันทุกคน


เรือโดยสารข้ามฟากแม่น้ำท่าจีนในจังหวัดสมุทรสาคร
เป็นเรือที่ใช้ข้ามฟากไปมาระหว่างฝั่งท่าฉลอมกับฝั่งมหาชัย

จุดจ่ายเงินบริเวณฝั่งท่าฉลอม โดยคนเก็บเงินเป็นสาวพม่า
หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มพอสมควร

บรรยากาศบริเวณฝั่งท่าฉลอมซึ่งถ้าใครจะนั่งรถไฟ
ไปที่ตลาดร่มหุบก็ต้องมาขึ้นฝั่งที่ท่าฉลอมแห่งนี้

บรรยากาศบนเรือโดยสารข้ามฟากแม่น้ำท่าจีน
โดยทั้งคนเดินเท้าและมอเตอร์ไซค์สามารถใช้ร่วมกันได้

แม่น้ำท่าจีนเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านหลายจังหวัด
โดยเฉพาะพื้นที่โซนภาคกลาง

ฝั่งมหาชัยดูค่อนข้างมีความคึกคักกว่าฝั่งท่าฉลอม
โดยจะมีทั้งตลาดอาหารทะเลและศาลเจ้าพ่อหลักเมือง


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
11 เมษายน 2566

วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2566

 

EP.96 สถานีรถไฟฟ้าบางหว้า


โซนฝั่งธนบุรีเป็นโซนที่มีผู้คนอยู่อากศัยกันอย่างหนาแน่นไม่แพ้ฝั่งพระนคร แต่หลายสิ่งหลายอย่างในฝั่งธนบุรีก็ยังไม่ได้ถูกพัฒนาเหมือนกับทางฝั่งพระนครซึ่งนี่ก็คือความแตกต่างครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามด้วยความเจริญและเติบโตของสังคมอย่างรวดเร็ว ทำให้โซนฝั่งธนบุรีที่เคยถูกมองว่าเป็นลูกเมียน้อยก็เริ่มได้รับการเหลียวแลและเริ่มมีการพัฒนาอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่สามารถบ่งบอกถึงความพัฒนาในฝั่งธนบุรีได้ชัดเจนมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการที่มีรถไฟฟ้าเข้าถึงครับ ปัจจุบันโซนฝั่งธนบุรีได้มีรถไฟฟ้าทั้ง MRT รวมไปถึง BTS รวมไปถึงรถไฟฟ้าสายสีทอง โดยสถานีรถไฟฟ้าที่น่าจะเป็นสถานีสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของฝั่งธนบุรีก็คงเป็น สถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ซึ่งตั้งอยู่ในเขตภาษีเจริญ

สถานีรถไฟฟ้าบางหว้าถือว่าเป็นสถานีรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ในฝั่งธนบุรี โดยเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกตอนปี 2556 ซึ่งความสำคัญที่ผมว่าเอาไว้ก็คงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญ เนื่องจากว่ามีทั้งสถานีรถไฟฟ้า BTS และสถานีรถไฟฟ้า MRT ซึ่งผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนขบวนเพื่อเดินทางไปตามสถานีที่เป็นจุดหมายปลายทางได้ 

นอกจากนั้นแล้วที่สถานีบางหว้าก็ยังมีจุดเชื่อมต่อการเดินทางด้วยเรือโดยสาร เนื่องจากมีทางเดินเชื่อมต่อไปยังท่าเรือบางหว้าที่อยู่ในเส้นทางของการเดินเรือในคลองภาษีเจริญ แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันได้มีการยุติการเดินเรือเอาไว้และยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาให้บริการอีกครั้งเมื่อไหร่ โดยในยุคปัจจุบันสถานีรถไฟฟ้าบางหว้ามีผู้โดยสารมาใช้บริการในแต่ละวันอย่างมากมาย เพราะนี่คือจุดยุทธศาสตร์ในการเดินทางที่สำคัญในโซนฝั่งธนบุรี


สถานีรถไฟฟ้าบางหว้า เป็นสถานีที่สำคัญในฝั่งธนบุรี
โดยตั้งอยู่ในพื้นที่เขตภาษีเจริญ

พื้นที่ชานชาลาของรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีบางหว้า

โมเดลจำลองของสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า
ซึ่งจะมีให้ชมเหมือนกับที่สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่

บริเวณทางออกที่ 4 จะเป็นจุดเชื่อมต่อไปยัง
สถานีรถไฟฟ้า MRT ซึ่งจะอยู่บริเวณชั้นด้านบน

จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารของรถไฟฟ้า MRT

ทางเดินเชื่อมต่อไปยังท่าเรือบางหว้า
จะใช้จุดทางออกที่ 6

แม้จะเป็นพื้นที่ในเมืองกรุงแต่ก็พอเห็น
บรรยากาศของการทำการเกษตรได้

ท่าเรือบางหว้าในปัจจุบันได้มีการยุติการให้บริการ
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะกลับมาให้บริการอีกครั้งเมื่อไหร่

บรรยากาศของคลองภาษีเจริญในช่วงประมาณบ่ายๆ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
25 มีนาคม 2566

วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2566

 

EP.95 สถานีรถไฟสุไหงโกลก


ประเทศไทยถือว่ามีสถานีรถไฟอยู่หลายแห่งเลยทีเดียวซึ่งผมเป็นคนชอบถ่ายคลิปและเก็บภาพบรรยากาศตามสถานีรถไฟในที่ต่างๆนั่นจึงทำให้เกิดไอเดียว่าอยากจะถ่ายคลิปบรรยากาศของสถานีรถไฟให้ได้ครบทุกแห่งของประเทศไทยซึ่งถ้าหากทำได้ไม่ครบก็คงจะพยายามเก็บบรรยากาศของสถานีรถไฟในเมืองไทยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยตราบใดที่ยังมีเรี่ยวแรงผมก็จะเดินทางเก็บบรรยากาศของสถานีรถไฟในเมืองไปตลอดชั่วชีวิต

สำหรับสถานีรถไฟในกรุงเทพฯหรือตามจังหวัดภาคกลางก็คงไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่ในการเดินทาง แต่สำหรับสถานีรถไฟที่อยู่ห่างไกลจากกรุงเทพมหานครอย่างเช่น สถานีรถไฟสุไหงโกลก ก็คงอาจเป็นเรื่องยากลำบากในการเดินทางเสียหน่อยแต่ถึงอย่างไรก็ตามผมก็มีโอกาสได้ไปเก็บบรรยากาศของสถานีรถไฟสุไหงโกลกมาแล้ว โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อตอนกลางปี 2565 นี่เอง

สถานีรถไฟสุไหงโกลกถือว่าเป็นสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของประเทศไทยและอยู่ห่างจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ประมาณ 1142 กิโลเมตรเรียกได้ว่าไม่มีสถานีแห่งไหนจะอยู่ห่างจากหัวลำโพงเท่ากับที่สถานีรถไฟสุไหงโกลกอีกแล้ว ส่วนระยะห่างจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ซึ่งตอนนี้เป็นสถานีรถไฟหลักของประเทศไทยตรงส่วนนี้ผมยังไม่มีข้อมูลซึ่งถ้าหากทราบข้อมูลก็จะนำมาบอกต่อกันอีกที

ส่วนบรรยากาศของสถานีรถไฟสุไหงโกลกก็ถือว่าไม่แตกต่างจากสถานีรถไฟชั้น 1 ตามที่อื่นๆของเมืองไทย แต่อาจจะมีความเข้มข้นในการตรวจตราและดูแลความสงบมากกว่าที่อื่นๆ เพราะในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสยังเป็นโซนพื้นที่ที่ยังมีปัญหาเรื่องความไม่สงบจากภัยกลุ่มก่อการร้าย แต่เหตุการณ์ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆนั่นทจึงทำให้ในแต่ละวันจะมีผู้โดยสารมารอขึ้นรถไฟที่สถานีสุไหงโกลกไม่แตกต่างจากสถานีรถไฟในที่อื่นๆ

โดยจากที่ผมเดินสำรวจบรรยากาศของสถานีรถไฟสุไหงโกลกก็พบว่าพื้นที่ภายในดูค่อนข้างร่มรื่นและดูกว้างขวาง นอกจากนี้ก็จะมีรถไฟสายใต้ทั้งรถไฟทางไกลที่วิ่งเข้าสู่กรุงเทพรวมไปถึงรวมท้องถิ่นที่จะวิ่งในพื้นที่โซนภาคใต้คอยให้บริการแก่ผู้โดยสารและยังมีร้านอาหารร้านขายเครื่องดื่ม ส่วนบรรดาผู้โดยสารส่วนมากจะเป็นกลุ่มคนมุสลิม ส่วนใครที่ต้องการเดินทางข้ามไปยังประเทศมาเลเซียก็สามารถเดินทางได้ง่ายๆเพราะว่าด่านพรมแดนกับสถานีรถไฟจะอยู่ห่างกันแค่ 1 กิโลเมตรหากว่าเลือกเดินเท้าก็จะใช้เวลาประมาณ 12-13 นาที


สถานีรถไฟสุไหงโกลก เป็นสถานีรถไฟในจังหวัดนราธิวาส
และเป็นสถานีที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย

สถานีรถไฟสุไหงโกลกเป็นสถานีรถไฟชั้น 1 
โดยตั้งอยู่ห่างจากสถานีหัวลำโพงประมาณ 1142 กิโลเมตร

โดยในแต่ละวันจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการกันพอสมควร
ซึ่งจากที่ผมสังเกตุผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนมุสลิม

จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานีรถไฟสุไหงโกลก

บรรยากาศของอาคารสถานีซึ่งที่นี่จะมีการคุมเข้ม
และมีการตรวจตราจากเจ้าหน้าที่อยู่พอสมควร

ร้านอาหารประจำสถานีรถไฟสุไหงโกลก
ซึ่งเป็นพวกอาหารตามสั่งและก็พวกเมนูข้าวราดแกง


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
9 มีนาคม 2566

วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2566

 

EP.94 สนามบินเตินเซินเญิ้ต


ปกติแล้วการเดินทางท่องเที่ยวของผมในแต่ละครั้ง ผมพยายามที่จะเดินทางด้วยเครื่องบินให้น้อยที่สุด เพราะเครื่องบินเป็นยานพาหนะที่ผมชื่นชอบน้อยที่สุด สาเหตุไม่ใช่เพราะเรื่องของความกลัวแต่เป็นเพราะการนั่งเครื่องบินนั้นไม่สามารถที่จะทำให้ได้เห็นวิวบรรยากาศข้างทางใดๆได้เลย นี่จึงเป็นเหตุผลหลักๆที่ผมมักจะไม่ค่อยนั่งเครื่องบินมากนัก ทำให้ความผูกพันของผมเกี่ยวกับเครื่องบินค่อนข้างมีน้อยหากไปเทียบกับยานพาหนะอื่นๆ

แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่เคยมีประสบการณ์ในการนั่งเครื่องบินเลย เพราะบางครั้งผมก็เลือกนั่งเครื่องบินโดยเฉพาะการเดินทางกลับไทย โดยครั้งล่าสุดที่ผมได้นั่งเครื่องบินก็คือการนั่งจากกรุงโฮจิมินห์ในประเทศเวียดนามกลับมายังที่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเวลาในการเดินทางก็เพียงแค่ 1 ชั่วโมงนิดๆโดยผมเลือกเดินทางกับสายการบินต้นทุนต่ำของเวียดนามอย่าง เวียตเจ็ทแอร์ ซึ่งปัจจุบันมีเส้นทางการบินไปยังหลากหลายเมืองของเวียดนามรวมถึงในต่างประเทศด้วย

ในส่วนของการเดินทางผมคงไม่ขอพูดถึงแต่จะเน้นบอกเล่าเรื่องราวบรรยากาศของสนามบินซะมากกว่า โดยสนามบินที่กรุงโฮจิมินห์เป็นหนึ่งในสนามบินนานาชาติของเวียดนาม โดยมีชื่อว่าสนามบินเตินเซินเญิ้ต โดยในอดีตเคยเป็นฐานทัพของกองทัพอากาศของสหรัฐอเมริกาและเวียดนามใต้ในช่วงยุคสงครามเวียดนาม เมื่อหมดยุคสงครามก็แปรเปลี่ยนมาเป็นสนามบินแห่งชาติที่ให้บริการในเชิงพานิชย์และเป็นสนามบินนานาชาติประจำโซนตอนใต้ของเวียดนาม

ส่วนบรรยากาศของสนามบินเตินเซินเญิ้ตแม้ว่าจะไม่ใหญ่โตเหมือนสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ก็สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า 13 ล้านคนต่อปี โดยอาคารระหว่างประเทศแห่งใหม่เปิดใช้งานเมื่อช่วงปี 2007 โดยมีสายการบินของต่างชาติอย่างมากมายที่คอยบริการรับส่งผู้โดยสารในแต่ละวัน นอกจากนั้นยังเป็นที่ทำการของสายการบินแห่งชาติอย่างเวียดนามแอร์ไลน์และสายการบินต้นทุนต่ำของเวียดนามอย่าง แบมบูแอร์เวยส์

ปัจจุบันสนามบินเตินเซินเญิ้ตมีผู้โดยสารมาใช้บริการกันอย่างต่อเนื่องในทุกๆวันไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในประเทศหรือเดินทางระหว่างประเทศและมีรถแท็กซี่รวมไปถึงรถเมล์ที่จะวิ่งเข้าสู่โซนใจกลางเมือง รวมไปถึงพวกบรรดาร้านอาหารของเวียดนามและร้านอาหารต่างชาติมาเปิดให้บริการแก่ผู้โดยสารซึ่งจะว่าไปแล้วสนามบินเตินเซินเญิ้ตก็คือสนามบินของต่างชาติที่ผมได้มีโอกาสเดินทางบ่อยที่สุดจึงอาจจะมีความทรงจำเกี่ยวกับสนามบินที่นี่มากเป็นพิเศษ


สนามบินเตินเซินเญิ้ต เป็นหนึ่งในสนามบินแห่งชาติของเวียดนาม
และตั้งอยู่ในกรุงโฮจิมินห์ที่อยู่ทางตอนใต้ของเวียดนาม

บรรยากาศบริเวณด้านหน้าของอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ

หากใครต้องการเดินทางเข้าสู่โซนใจกลางเมือง
ก็จะมีรถแท็กซี่ รถเมล์ รถมินิบัสคอยให้บริการ

ตารางของเส้นทางการบินภายในสนามบินเตินเซินเญิ้ต
ซึ่งจะมีอยู่หลากหลายสายการบิน

ผู้โดยสารต่อคิวเช็คอินเพื่อเดินทางไปสิงคโปร์

จุดรับแลกเงินและเคาท์เตอร์ของเวียดนามแอร์ไลน์

จุดจำหน่ายพวกของที่ระลึกต่างๆ

ระหว่างที่รอขึ้นเครื่องก็มีจุดชมเครื่องบินให้ดูกันเพลินๆ
ซึ่งสามารถมองเห็นวิวได้แบบชัดเจน

ผมเดินทางกลับไทยด้วยสายการบินเวียตเจ็ทแอร์
โดยเป็นการเดินทางไปลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
1 มีนาคม 2566