วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565

 

EP.78 นั่งเรือเร็วชมบรรยากาศ
แม่น้ำไซ่ง่อน


แม่น้ำไซ่ง่อนเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของกรุงโฮจิมินห์ ปัจจุบันการท่องเที่ยวของกรุงโฮจิมินห์ได้มีการส่งเสริมในด้านการท่องเที่ยวโดยใช้เรือเป็นยานพาหนะซึ่งจุดไฮไลท์เด่นก็คือ การนั่งเรือเร็วชมบรรยากาศของแม่น้ำไซ่ง่อนซึ่งเรือเร็วจะมีให้บริการในหลายช่วงเวลาโดยจะเริ่มตั้งแต่ช่วงสายๆไปจนถึงช่วงมืดค่ำซึ่งบรรยากาศก็จะแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักจะเลือกนั่งเรือเร็วในช่วงเวลาค่ำเพื่อที่จะชมแสงสียามค่ำคืนบริเวณแม่น้ำไซ่ง่อน

สำหรับเรือเร็วที่ให้บริการในการชมบรรยากาศแม่น้ำไซ่ง่อนจะถูกเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Saigon Water Bus ตอนที่ผมไปเที่ยวที่กรุงโฮจิมินห์ในครั้งล่าสุดก็ได้มีโอกาสนั่งเรือเร็วชมบรรยากาศแม่น้ำไซ่ง่อน โดยเลือกช่วงเวลาในการเดินทางคือประมาณ 10 โมงกว่าซึ่งผมเลือกเดินทางในวันธรรมดาแต่กลับพบว่าเรือเร็วที่ผมจะเดินทางไปนั้นกลับมีนักท่องเที่ยวอยู่หลายคนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนเวียดนามซึ่งก็บ่งบอกได้ว่า เรือเร็วสำหรับชมบรรยากาศของแม่น้ำไซ่ง่อน ค่อนข้างที่จะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากพอสมควร

ส่วนราคาค่าโดยสารของเรือเร็วนั้นจะอยู่ที่ 15000 ดงต่อ 1 เที่ยวซึ่งตีเป็นเงินไทยได้ประมาณ 20 กว่าบาทแต่ถ้าซื้อแบบไปกลับก็จะอยู่ที่ 30000 ดงหรือ 40 กว่าบาทซึ่งผมเลือกเดินทางแบบไปกลับ โดยที่เรือเร็วจะเริ่มต้นออกเดินทางจากท่าเรือบัคดังและจะวิ่งไปสิ้นสุดตรงท่าเรือลินดอง โดยจะใช้เวลาในการเดินทางต่อ 1 เที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าซึ่งบรรยากาศที่เรือเร็วแล่นผ่านก็จะเจอบ้านเรือนของผู้คนที่อยู่ริมแม่น้ำไซ่ง่อนและพวกตึกอาคารต่างๆที่ตั้งอยู่อย่างเรียงราย


เรือเร็วที่มีบริการในด้านการท่องเที่ยวของกรุงโฮจิมินห์
โดยมีไว้สำหรับชมบรรยากาศของแม่น้ำไซ่ง่อน

เรือเร็วจะเริ่มต้นให้บริการจากท่าเรือบัคดัง
และจะไปถึงจุดสุดท้ายที่ท่าเรือลินดอง

ตารางเวลาที่เรือเร็วจะวิ่งให้บริการ
โดยจะมีหลายช่วงเวลาตั้งแต่สายๆไปจนถึงช่วงค่ำ

บรรยากาศบนเรือเร็วซึ่งมีผู้โดยสารพอสมควร
แม้ว่าจะเป็นการเดินทางในวันธรรมดาก็ตามที

ขนมหลากหลายที่มีขายอยู่บนเรือเร็ว

ตึกสูงตั้งอยู่อย่างเรียงรายบริเวณริมแม่น้ำไซ่ง่อน

สะพานข้ามแม่น้ำไซ่ง่อน โดยที่เรือเร็วจะแล่นผ่าน
ลอดใต้สะพาน

บ้านเรือนของผู้คนที่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำ ซึ่งถ้าเป็น
ตอนกลางคืนจะเห็นสีสันจากแสงไฟที่ประดับกันอย่างสวยงาม

เรือเร็วจะเดินทางจากท่าเรือบัคดังมาถึงจุดหมายปลายทาง คือ
ท่าเรือลินดอง โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า

ผู้โดยสารกำลังนั่งรอเรือเที่ยวขากลับไปยังท่าเรือบัคดัง


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
12 ธันวาคม 2565

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565

 

EP.77 อู่รถเมล์ย่านฟามงูเหลา


รถเมล์เป็นยานพาหนะที่ใช้สัญจรกันในตัวเมือง โดยตามพวกเมืองหลวงและเมืองใหญ่ๆของแต่ละประเทศก็ล้วนแต่มีรถเมล์ให้บริการแก่บรรดาพ่อแม่พี่น้องประชาชนในประเทศกันทั้งนั้นอย่างในพื้นที่กรุงเทพมหานครก็มีรถเมล์วิ่งให้บริการแก่ผู้โดยสารกันอยู่หลายสายซึ่งก็ไม่ต่างจากที่กรุงโฮจิมินห์ในประเทศเวียดนามซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่เมืองหลวงของประเทศ แต่ก็เป็นเมืองสำคัญและเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในโซนเวียดนามตอนใต้

สำหรับรถเมล์ที่วิ่งให้บริการในกรุงโฮจิมินห์ก็มีอยู่มากมายหลายสาย ตอนผมไปโฮจิมินห์ในแต่ละครั้งก็มักหาโอกาสนั่งรถเมล์อยู่เสมอซึ่งสายที่นั่งบ่อยสุดก็คงจะเป็นสายที่วิ่งระหว่างย่านฟามงูเหลาและสนามบินเตินเซินเญิ้ตซึ่งบริเวณย่านฟามงูเหลาก็เปรียบเสมือนย่านถนนข้าวสารในกรุงเทพฯซึ่งก็จะเป็นแหล่งรวมที่พัก ร้านอาหาร ผับบาร์ บริษัททัวร์ต่างๆซึ่งจะเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินกันให้ขวักไขว่นั่นจึงทำให้มีอู่รถเมล์ตั้งอยู่ใกล้ๆกับบริเวณย่านฟามงูเหลา

ส่วนมากแล้วนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะไม่ได้นั่งรถเมล์ท้องถิ่นกันมากนัก แต่ถ้าใครอยากจะสัมผัสบรรยากาศแบบท้องถิ่นผมว่าก็ควรที่จะมาลองนั่งสักครั้ง โดยรถเมล์ในย่านฟามงูเหลาก็มีอยู่หลายสายทั้งรถเมล์ที่วิ่งไปสนามบินซึ่งก็คือ สาย 109 ส่วนสายอื่นๆก็จะวิ่งไปตามจุดหมายปลายทางต่างๆในพื้นที่ของกรุงโฮจิมินห์ ส่วนบรรยากาศของรถเมล์ที่เวียดนามจากที่ผมเคยนั่งมาแล้วก็พบว่าไม่ได้แตกต่างจากเมืองไทยเท่าไหร่ เพราะเวียดนามยังใช้ระบบเก็บเงินโดยมีกระเป๋ารถเมล์เป็นคนเดินเก็บเงินแต่แตกต่างกันเล็กน้อย คือ เมืองไทยจะมีกระบอกตั๋วรถเมล์ส่วนที่เวียดนามจะไม่มีซึ่งเมื่อจ่ายเงินเสร็จกระเป๋ารถเมล์ก็จะส่งตั๋งมาให้แก่ผู้โดยสาร


อู่รถเมล์ย่านฟามงูเหลาของกรุงโฮจิมินห์
จะมีรถเมล์จอดอยู่หลากหลายสาย

ผู้โดยสารชาวเวียดนามกำลังนั่งรอรถเมล์ในช่วงเวลาเย็น

รถเมล์วิ่งเข้ามาจอดเพื่อรับส่งผู้โดยสาร

รถมินิบัสสาย 109 คันนี้เป็นรถที่วิ่งรับส่งระหว่าง
ย่านฟามงูเหลาไปยังสนามบินเตินเซินเญิ้ต

ป้ายรถเมล์ที่บอกสายรถเมล์ที่จะมาเข้าจอด
และเส้นทางต่างๆที่รถเมล์จะวิ่งผ่าน

ผมไปถ่ายบรรยากาศตอนช่วงเย็น
ซึ่งเวลานั้นที่โฮจิมินห์ฝนกำลังตกลงมาพอดี


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
4 ธันวาคม 2565

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

 

EP.76 ตลาดเบนถั่น


30 พฤศจิกายน 2561 คือวันแรกที่ผมได้ทำการอัพโหลดคลิปแรกลงในช่องยูทูปซึ่งถ้านับถึงเวลาปัจจุบันก็เป็นเวลาครบ 4 ปีพอดิบพอดี ซึ่งถึงแม้ยอดวิวและยอดผู้ติดตามจะไม่ได้มากมายอะไรแต่ผมก็รู้สึกสุขใจทุกครั้งที่ได้อัพคลิปลงในยูทูปซึ่งถ้าคลิปไหนมีประโยชน์ต่อผู้ชม ผมเองก็รู้สึกปลาบปลื้มใจซึ่งผมได้ตั้งปณิธานกับตนเองว่าจะทำคลิปลงช่องยูทูปไปตลอดจนกว่าจะสิ้นลมหายใจเช่นเดียวกับการเขียนบทความลงเพจและลงบล็อกแห่งนี้ ผมก็จะทำไปตลอดเรื่อยๆเช่นเดียวกันซึ่งก็กว่าจะถึงวันนี้ได้ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนติดตามและเป็นกำลังใจมาให้กันโดยตลอดครับ

เอาล่ะครับเกริ่นนอกเรื่องกันมาพอสมควรก็เข้าเข้าเนื้อเรื่องในบทความของวันนี้ซึ่งก็จะเกี่ยวข้องกับสถานที่ท่องเที่ยวในต่างแดนซึ่งครั้งนี้ก็ขอนำเสนอเรื่องราวของ ตลาดเบนถั่น ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่ตั้งอยู่ในกรุงโฮจิมินห์ของประเทศเวียดนาม โดยตลาดเบนถั่นสำหรับคนที่ไม่เคยไปอาจจะงงว่าบรรยากาศของสถานที่เป็นยังไงซึ่งผมก็ขอแนะนำให้พวกท่านนึกถึง ตลาดนัดสวนจตุจักร ซึ่งลักษณะของตลาดเบนถั่นและตลาดนัดสวนจตุจักรแทบจะไม่แตกต่างอะไรกันมาก เพราะเป็นตลาดขายสินค้าที่มีชื่อเสียงเหมือนกันและเป็นตลาดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมักจะนิยมมาเดินเที่ยวกันพอสมควร

สำหรับตลาดเบนถั่นเมื่อได้ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของกรุงโฮจิมินห์นั่นก็หมายความว่าในแต่ละวันจะเต็มไปด้วยผู้คนโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต่างมาเดินเลือกซื้อสินค้าที่มีอยู่อย่างมากมาย โดยร้านค้าต่างๆภายในตลาดเบนถั่นมีไม่ต่ำกว่า 6000 ร้าน สินค้าที่ขายกันก็มีหลากหลายครับทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋าซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของก๊อปทำเลียนแบบ นอกจากนั้นก็จะมีทั้งของแห้งรวมถึงพวกกาแฟชนิดต่างๆรวมไปถึงพวกบรรดาของที่ระลึกต่างๆอีกมากมายให้ได้เลือกซื้อกัน

นอกจากนั้นก็ยังมีโซนของร้านอาหารซึ่งมีขายทั้งอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ โดยหากใครเคยไปเดินที่นี่ก็จะพบกับบรรยากาศของพ่อค้าแม่ค้าที่พูดเชิญชวนให้ลูกค้ามาซื้อสินค้าซึ่งส่วนใหญ่พวกเขาจะเน้นขายให้แก่ชาวต่างชาติซึ่งเมื่อเน้นลูกค้าจากต่างแดนก็แน่นอนครับว่าพวกเขาเหล่านี้ย่อมสามารถพูดได้หลายภาษาเพื่อเป็นการดึงดูดให้ลูกค้ามาซื้อของนั่นเอง แต่การจะซื้อของที่นี่นอกจากจะต้องพิจารณาในเรื่องของตัวสินค้าแล้วยังต้องรู้จักการต่อรองราคาให้ดี เพราะที่ตลาดเบนถั่นก็จะเหมือนตลาดอื่นๆทั่วโลกที่คนขายมักจะบอกราคาสินค้าในราคาที่ค่อนข้างสูง ถ้าหากเราไม่รู้จักการต่อรองราคารับรองเลยว่าถูกพ่อค้าแม่ค้าฟันราคาแบบหัวแบะอย่างแน่นอน


ตลาดเบนถั่น เป็นตลาดขายสินค้าสารพัดอย่าง
โดยตั้งอยู่ในกรุงโฮจิมินห์ของประเทศเวียดนาม

สินค้าในตลาดเบนถั่นมีหลากหลายอย่าง
โดยพวกพ่อค้าแม่ค้ามักจะเน้นขายของให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

กระเป๋าเดินทางมีให้เลือกสรรกันอย่างมากมาย
แต่ส่วนมากจะเป็นสินค้าเลียนแบบของแบรนด์เนม

โซนของร้านอาหารซึ่งจะเน้นขายอาหารท้องถิ่น
แต่ราคาก็จะขายแพงกว่าร้านอาหารทั่วไปที่อยู่ด้านนอก

ผมสั่งน้ำสัปปะรดปั่นมาดื่มแก้กระหาย
ซึ่งเห็นแก้วขนาดนี้ แต่ราคาก็แพงเอาเรื่องเหมือนกัน

บรรยากาศด้านนอกรอบๆตลาดเบนถั่นซึ่งในตอนกลางคืน
พื้นที่รอบนอกจะเต็มไปด้วยร้านขายของต่างๆมากมาย


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
30 พฤศจิกายน 2565

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

 

EP.75 ชายหาดเมืองหวุงเต่า


เมืองหวุงเต่า ถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวของเวียดนามมีสถานที่ท่องเที่ยวเด่นๆก็คือ พวกบรรดาชายหาดซึ่งถึงแม้ว่าชายหาดและท้องทะเลของเวียดนามจะสวยสู้ที่เมืองไทยบ้านเราไม่ได้ แต่ทะเลที่เมืองหวุงเต่ากลับได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวมากพอสมควร ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มักจะมาเที่ยวกันก็จะเป็นกลุ่มคนเวียดนาม โดยจะมาเที่ยวกันอย่างมากมายโดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

ผมเที่ยวที่หวุงเต่ามาแล้ว 2 ครั้งและทั้ง 2 ครั้งที่ได้ไปก็ไม่พลาดที่จะต้องไปเดินเล่นชมบรรยากาศบริเวณชายหาดซึ่งบรรยากาศที่ได้เห็นก็พบว่า พื้นที่ตรงชายหาดจะมีผู้คนท้องถิ่นออกมาเล่นน้ำทะเลกันเป็นจำนวนมากและมีกันทุกเพศทุกวัยไม่ว่าจะหนุ่มสาว เด็กโตและเด็กเล็กรวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ แต่แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เห็นเท่าไหร่นัก ส่วนบรรยากาศของชายหาดแม้ไม่สวยแบบเมืองไทย แต่ก็ไม่มีพวกเตียงผ้าใบมารุกล้ำพื้นที่ตรงชายหาดไม่มีมาเฟียมาคอยไล่ที่จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงมีผู้คนมาพักผ่อนกันอย่างมากมาย

ส่วนบริเวณใกล้ๆกับชายหาดก็จะเป็นพื้นที่ของสวนสาธารณะ ส่วนบริเวณที่ไม่มีคนเล่นน้ำก็จะเป็นจุดที่จะเห็นเรือประมงหลายลำจอดอย่างเรียงราย นอกจากนั้นก็จะมีพวกพ่อค้าแม่ค้าขายของทั้งพวกห่วงยางเล่นน้ำหรือบรรดาของกินต่างๆและอีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างไปจากเมืองไทยก็คือ การอาบน้ำจืด โดยที่หวุงเต่าเขาจะมีจุดอาบน้ำจืดตั้งบริการให้แก่นักท่องเที่ยวอยู่ตรงริมชายหาดและใช้บริการกันฟรีซึ่งแตกต่างจากที่เมืองไทยที่จะต้องเสียเงินในการอาบน้ำจืดประมาณ 10-20 บาท


ชายหาดเมืองหวุงเต่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
ในแต่ละวันจะมีผู้คนมาเล่นน้ำและพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก

ชายหาดของเมืองหวุงเต่าไม่ได้สวยงามเหมือนที่เมืองไทย
แต่ได้รับความนิยมจากคนเวียดนามไม่น้อย

บรรดาแม่ค้านำอุปกรณ์เกี่ยวกับการเล่นน้ำมาขาย
ซึ่งก็จะเป็นพวกบรรดาห่วงยาง

ชายหาดที่หวุงเต่าจะมีจุดอาบน้ำจืดให้บริการกันฟรี
ซึ่งแตกต่างจากที่เมืองไทยที่จะต้องเสียเงิน

ใกล้ๆกับบริเวณชายหาดจะเป็นพื้นที่ของสวนสาธารณะ

ช่วงเย็นๆจะเห็นผู้คนทุกเพศทุกวัยมาเดินเล่นพักผ่อน
รวมถึงเล่นน้ำบริเวณชายหาดกันเป็นจำนวนมาก

จุดที่ไม่มีผู้คนเล่นน้ำก็จะเป็นจุดที่เรือประมงหลายลำ
จะมาจอดกันซึ่งส่วนใหญ่ก็คือเรือของชาวบ้านที่จะมาหาปลา


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
24 พฤศจิกายน 2565

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

 

EP.74 ตลาดอาหารทะเลเมืองห่าเทียน


ตลาดเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชุมชนเมืองซึ่งในแต่ละเมืองก็มักจะมีพวกตลาดสดต่างๆเพื่อเป็นสถานที่ให้ผู้คนในท้องถิ่นได้มาเดินซื้อสินค้าต่างๆ สำหรับในมุมนักเดินทางอย่างผมแน่นอนครับว่า ตลาดสดคือสถานที่ที่จะทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นนั้นแบบจริงๆจังๆซึ่งตรงกับเป้าหมายในการเดินทางของผมซึ่งชอบที่จะได้ไปเห็นวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่นเพื่อซึมซับบรรยากาศแล้วนำมาบอกเล่าในรูปแบบของคลิปวีดีโอรวมถึงงานเขียนทั้งในเพจเฟซบุ๊คและในบล็อกแห่งนี้

ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่เมืองห่าเทียนของประเทศเวียดนามและก็เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติในการเดินทางทุกครั้งที่ผมจะต้องหาโอกาสแวะไปชมตลาดประจำเมือง ซึ่งในเมืองห่าเทียนนั้นจะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนามโดยตั้งอยู่ในพื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงและเป็นเมืองที่มีพื้นที่มีแม่น้ำไหลผ่าน ทำให้ชาวบ้านท้องถิ่นหลายคนยึดอาชีพทั้งเป็นชาวประมงรวมถึงอาชีพค้าขายสินค้าที่เกี่ยวกับของทะเลต่างๆ

สำหรับตลาดของเมืองห่าเทียนนั้นจะมีทั้งในส่วนของตลาดสดที่ขายของทั่วๆไปทั้งเนื้อสัตว์ ผักผลไม้และสินค้าอื่นๆกับอีกจุดนึงที่ตั้งอยู่ติดกันก็จะเป็น ตลาดขายอาหารทะเล ซึ่งจะมีของทะเลหลากหลายมาวางจำหน่ายทั้ง ปลา ปลาหมึก กุ้ง กั้ง หอย ปู โดยจะมีที่ขายกันในอาคารและที่วางขายแบบแบกะดินตามข้างทาง โดยที่ตลาดอาหารทะเลของที่เมืองห่าเทียนจะตั้งอยู่บริเวณโซนริมแม่น้ำโดยจะขายกันตั้งแต่เช้าตรู่ไปจนถึงช่วงบ่าย ส่วนบรรยากาศก็ดูคึกคักดีเพราะจะมีผู้คนท้องถิ่นแวะเวียนมาซื้อสินค้าอาหารทะเลกันอยู่เรื่อยๆตลอดทั้งวัน


ตลาดขายอาหารทะเลของเมืองห่าเทียน
ตั้งอยู่บริเวณโซนริมแม่น้ำ

สินค้าที่ขายกันก็มีทั้งปลา ปลาหมึก กุ้ง กั้ง หอย ปู
และของทะเลอื่นๆอีกมากมาย

พ่อค้าแม่ค้านำของทะเลมาวางขาย
โดยจะขายกันตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงช่วงบ่าย

พ่อค้าแม่ค้านำของทะเลมาวางขายกันทั้ง 2 ข้างทาง

ใกล้ๆกันจะเป็นตลาดสดที่ขายสินค้าทั่วไป
ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผักผลไม้

ตลาดสดของเมืองห่าเทียน เดินหาไม่ยาก
เพราะอยู่โซนใจกลางเมืองซึ่งใกล้ๆกันก็จะมีโรงแรมที่พักมากมาย

บริเวณแม่น้ำจะเห็นภาพของชาวประมงล่องเรือหาปลา
โดยฝั่งตรงข้ามจะมีเรือหลายลำจอดอยู่
ซึ่งจะเป็นเรือที่จะเดินทางไปยังเกาะฟูโกว๊ก


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
20 พฤศจิกายน 2565

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

 

EP.73 นั่งรถไฟกัมพูชา


ขอสารภาพแบบตรงๆเลยว่า ผมเป็นคนที่ชอบการเดินทางด้วยรถไฟเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะเริ่มมานั่งรถไฟครั้งแรกก็ตอนอายุ 20 ขึ้นไปแล้ว แต่มนต์เสน่ห์ของรถไฟทำให้ผมหลงรักมาจนถึงปัจจุบัน สาเหตุก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากเกินไปกว่าว่า เสน่ห์ของการนั่งรถไฟทำให้ได้เห็นวิวบรรยากาศจากข้างทางกันได้แบบเพลินๆแถมรถไฟไทยบ้านเราบางขบวนก็ได้นั่งกันแบบสโลว์ไลฟ์กันสุดๆ เมื่อมีความชอบและหลงไหลทำให้ในช่วงหลังผมมักที่จะเลือกเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลักอยู่เสมอ

รถไฟไทยผมมีโอกาสได้นั่งมาแล้วหลายขบวน แต่เมื่อได้ไปยังต่างแดนก็คิดว่าจะหาทางนั่งรถไฟของแต่ละประเทศเพื่อสัมผัสถึงเสน่ห์ของการนั่งรถไฟในต่างประเทศเสียบ้าง เมื่อผมได้ไปที่กัมพูชาก็ไม่พลาดครับที่จะนั่งขบวนรถไฟของกัมพูชาซึ่งแม้จะมีเส้นทางการเดินรถไม่เยอะเหมือนบ้านเรา แต่รถไฟของกัมพูชาก็มีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำไม่น้อย เอาแค่บรรยากาศบนรถไฟก็ดูแปลกตาดีเพราะมีการนำเอาแอร์บ้านมาติดตั้งขบวน ส่วนที่นั่งก็เป็นแบบเบาะยาวที่ผู้โดยสารจาก 2 ฝั่งจะหันหน้าเข้าหากัน

ขณะที่เส้นทางที่ผมเลือกเดินทางกับขบวนรถไฟกัมพูชาก็คือ เส้นทางจากพนมเปญไปยังสถานีในเมืองกำปอดซึ่งใช้เวลาเดินทางร่วมๆ 4 ชั่วโมงกว่าซึ่งก็มาเสียเวลาเปลี่ยนขบวนรถไฟตรงสถานีแกบ ส่วนอัตราค่าโดยสารของขบวนรถไฟกัมพูชาจะอยู่ที่ 9 ดอลล่าร์หรือประมาณ 330 บาทซึ่งบรรยากาศที่รถไฟวิ่งผ่าน ผมว่าไม่ต่างจากบ้านเราซึ่งจะผ่านพื้นที่ทั้งโซนชานเมือง โซนชนบทที่เห็นบรรยากาศท้องทุ่งนารวมถึงแวะจอดรับส่งผู้โดยสารที่สถานีประจำเมืองอย่างเช่น สถานีตาแก้วและสถานีแกบก่อนจะไปสิ้นสุดจุดหมายปลายทางที่สถานีกำปอด


รถไฟกัมพูชา มีเส้นทางเดินรถไม่เยอะเท่าเมืองไทย
แต่ขบวนรถไฟดูมีเอกลักษณ์อยู่ไม่น้อย

ผู้โดยสารมานั่งรอขึ้นรถไฟกันตั้งแต่เช้า
เพราะรถไฟออกตอน 7 โมงเช้าทั้งเส้นทางกำปอดและพระตะบอง

ขบวนรถไฟของกัมพูชาจะใช้แอร์บ้านมาติดตั้งบนขบวน
และที่นั่งจะเป็นแถวยาวที่ผู้โดยสารจะหันหน้าเข้าหากัน

รถไฟวิ่งมาได้สักพักก็จะผ่านบรรยากาศแถบชานเมือง
ซึ่งดูแล้วชวนให้นึกถึงรถไฟช่วงวงเวียนใหญ่ - มหาชัย

รถไฟวิ่งมาได้เกือบชั่วโมงก็จะเข้าสู่พื้นที่โซนชนบท
ซึ่งบรรยากาศส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกท้องทุ่งนา

สถานีตาแก้ว เป็นหนึ่งในจุดที่รถไฟจะแวะจอด
เพื่อรับส่งผู้โดยสาร โดยอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญ 2 ชั่วโมง

ห้องน้ำบนขบวนรถไฟค่อนข้างดูดีเลยทีเดียว
ซึ่งจากที่ผมสังเกตุนี่น่าจะเป็นรถไฟชั้น 2 ของกัมพูชา

วิวสวยๆระหว่างทางที่รถไฟวิ่งผ่าน

รถไฟมาเปลี่ยนขบวนที่สถานีแกบ ซึ่งภาพรถไฟขบวนนี้ก็คือ
ขบวนรถไฟที่ทางไทยส่งมอบให้กับทางกัมพูชา

จากสถานีพนมเปญมาที่สถานีกำปอดใช้เวลา 4 ชั่วโมงกว่า
ซึ่งถ้าไม่เปลี่ยนขบวนก็จะใช้เวลาในการเดินทางน้อยกว่านั้น


คลิปวีดีโอ


เขียนโดย MarkMetalFootballTravel
14 พฤศจิกายน 2565